นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "คุยกับครม.อนุทิน" ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 ถึงความคืบหน้าของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ย้ำทิศทางพลังงานไทยต้อง “สะอาด มั่นคง เป็นธรรม” พร้อมเผยความคืบหน้าโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท๊อปภาคประชาชน
🔴 ปลดล็อกขั้นตอนขออนุญาต จากเดิมใช้เวลาเป็นปีให้เบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว
นายเอกนัฏกล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันให้ประชาชนก้าวข้ามจากการผลิตไฟฟ้าใช้เอง ไปสู่การเป็น "เจ้าของโรงไฟฟ้า" อย่างแท้จริง โดยระบุว่าที่ผ่านมาประเทศไทยต้องแบกรับต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันที่สูงขึ้น เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ยกเลิกขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เคยใช้เวลานานเป็นปีและต้องผ่านหลายหน่วยงาน โดยปรับให้เหลือเพียงการขออนุญาตจุดเดียวผ่านระบบออนไลน์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) พร้อมเปรียบเทียบว่าการติดตั้งแผงโซลาร์ไม่ควรมีความยุ่งยากไปกว่าการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปมาเสียบปลั๊กใช้ในบ้าน
“เที่ยวนี้เราไปไกลกว่าผลิตไฟใช้เอง เราปรับมุมมองเลยว่า ให้ประชาชนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า ไทยมีแสงแดดเป็นทรัพยากรอยู่แล้ว ขณะที่ต้นทุนไฟฟ้าส่วนหนึ่งผูกกับก๊าซและน้ำมันนำเข้า ซึ่งอ่อนไหวต่อสงครามและราคาตลาดโลก” นายเอกนัฏกล่าว
🔴 ขยายโควตาจาก 100 เป็น 10,000 เมกะวัตต์ พร้อมสนับสนุนเงินดาวน์ 50,000 บาท
สำหรับไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้แต่ไม่ได้ใช้ รัฐบาลจะรับซื้อคืนโดยนำมูลค่าไปหักลดในบิลค่าไฟรอบถัดไป จากเดิมที่โครงการลักษณะนี้เคยจำกัดโควตาทั่วประเทศไว้เพียง 100 เมกะวัตต์ แผนใหม่ได้ขยายโควตาเฉพาะภาคประชาชนเป็น 10,000 เมกะวัตต์ พร้อมสนับสนุนเงินดาวน์ 50,000 บาท จากค่าติดตั้งเต็มราว 140,000 บาท ทำให้ประชาชนมีค่าใช้จ่ายประมาณ 90,000 บาท ซึ่งส่วนนี้สามารถขอสินเชื่อธนาคารได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีแผงโซลาร์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันและมีสัญญารับซื้อไฟระยะยาว 20-25 ปี
ขณะเดียวกัน ได้กำหนดเพดานกำลังการผลิตไว้ที่ 5 กิโลวัตต์ต่อครัวเรือน เพื่อให้กระจาย “บ้าน” ที่ร่วมโครงการให้ได้มากที่สุด โดย 5 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 600-700 หน่วยต่อเดือน หรือคิดเป็นค่าไฟราว 2,000 บาทต่อเดือน ครอบคลุมค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของครัวเรือนทั่วไป โดยการจำกัดเพดานนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการเหมาโควตาโดยรายใหญ่ และกระจายสิทธิประโยชน์ไปยังประชาชนทั่วประเทศอย่างเป็นธรรม โครงการนี้มีกำหนดเริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคมนี้
นอกจากนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังเปิดแพลตฟอร์มให้บริษัทและช่างติดตั้งลงทะเบียนตรวจสอบคุณสมบัติและมาตรฐาน เพื่อลดการผูกขาดของช่างติดตั้งรายเดิม พร้อมส่งเสริมอาชีพและรายได้แก่ช่างไฟฟ้าท้องถิ่นทั้งด้านการติดตั้งและบำรุงรักษาระยะยาว
🔴 เปิดแผน PDP ใหม่ ชู 3 หลักการ "สะอาด มั่นคง เป็นธรรม"
นายเอกนัฏกล่าวถึงแผน PDP ฉบับใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ หลังจากแผนฉบับล่าสุดจัดทำมาตั้งแต่ปี 2018 โดยวางอยู่บนหลักการ 3 ประการ ได้แก่
* สะอาดที่สุด เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบันที่ราว 20% เศษ เป็นเกือบ 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ภายใน 25 ปี มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ควบคู่กับเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่ที่มีความหลากหลาย
* มั่นคงที่สุด เนื่องจากแผนฉบับใหม่จะลดการพึ่งพาการนำเข้าในรูปแบบตลาด Spot ที่ราคาผันผวนเมื่อเกิดสงคราม หันมาทำสัญญาระยะยาวเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ถูกลงมีเสถียรภาพมากขึ้น พร้อมปรับลดกำลังผลิตจากสัญญาก๊าซธรรมชาติที่จะหมดอายุลงราว 16,000-17,000 เมกะวัตต์ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยจะนำกลับเข้าระบบเพียง 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้ลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งที่มีความผันผวนสูง ขณะเดียวกันมีการเพิ่มสัดส่วนพลังงานรูปแบบใหม่ที่เป็นการจัดหาจากแหล่งในประเทศและรอบบ้านมากขึ้น
* เป็นธรรมที่สุด เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการทุกระดับอย่างเท่าเทียมโดยแบ่งสัดส่วนสำหรับการผลิตไฟฟ้าภาคประชาชนที่ชัดเจน รวมทั้งมีการปลดล็อกระบบเดิมที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ซื้อรายเดียว (Enhanced Single Buyer) โดยเปิดตลาดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดสามารถขายตรงแก่ภาคอุตสาหกรรมได้ทุกกลุ่ม
🔴เปิดเสรีตลาดซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA) ไม่จำกัดเพดาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้อนุมัติเปิด "ตลาดรับซื้อไฟฟ้าตรงแบบเสรีสำหรับพลังงานสะอาด" หรือ Direct PPA จากเดิมที่เคยจำกัดเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และจำกัดปริมาณไว้ไม่เกิน 2,000 เมกะวัตต์ ปัจจุบันได้ขยายให้ทุกภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาดสามารถเลือกซื้อไฟฟ้าได้โดยตรง โดยไม่มีเพดานจำกัดอีกต่อไป เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเลือกซื้อไฟที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของระบบตลาดเดิม
🔴 ยืนยันพลังงานสะอาดไม่ใช่สาเหตุค่าไฟแพง
นายเอกนัฏชี้แจงกรณีข้อสงสัยว่า การเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจะทำให้ต้นทุนค่าไฟประเทศไทยแพงขึ้นหรือไม่ โดยยืนยันว่าค่าไฟฟ้าที่สูงในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากพลังงานสะอาด แต่มาจากต้นทุนก๊าซธรรมชาตินำเข้าที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยปัจจุบันพลังงานสะอาดมีต้นทุนต่ำกว่าก๊าซธรรมชาตินำเข้าแล้ว พร้อมระบุว่าแผน PDP ฉบับใหม่เปิดโอกาสให้ศึกษาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก อาทิ ไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง พลังงานความร้อนใต้พิภพ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ซึ่งมีความปลอดภัยสูงและบริหารจัดการง่าย เพื่อไม่ให้ไทยเสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
🔴 Gastech สร้างมูลค่าการลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังกล่าวถึงผลสำเร็จของงาน Gastech ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นประธานเปิดงาน มีนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้าร่วมกว่า 50,000 คนตลอด 4 วัน เกิดมูลค่าข้อตกลงการลงทุนกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนศักยภาพและความน่าลงทุนด้านพลังงานของไทยในเวทีโลก
🔴 เปิดเบื้องหลังค่าไฟ 200 หน่วยแรก 3 บาท ดึง "ค่าไฟทาง" ออกจากบิลประชาชน
นายเอกนัฏยังเปิดเผยเบื้องหลังนโยบายลดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทว่า เดิมมีข้อเสนอให้ปรับโครงสร้างอัตราก้าวหน้าโดยเพิ่มค่าไฟสำหรับผู้ใช้เกิน 400-500 หน่วย แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เป็นธรรม เนื่องจากครัวเรือนที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยจำนวนมากไม่ใช่ผู้มีรายได้สูง แต่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่
จากการทบทวนจึงพบว่าต้นทุน "ค่าไฟทาง" หรือไฟฟ้าสาธารณะ ถูกนำมาถัวเฉลี่ยรวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชนมานานถึง 30-40 ปี คิดเป็นมูลค่าราวปีละ 18,000 ล้านบาท โดยประชาชนไม่เคยรับทราบมาก่อน จึงได้เจรจาแยกต้นทุนดังกล่าวออกจากบิลค่าไฟฟ้าของประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถลดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาทได้สำเร็จ รวมถึงช่วยลดค่าไฟฟ้าสำหรับหน่วยเกิน 200 หน่วยของบ้านที่อยู่อาศัยด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังยืนยันจุดยืนในการทำงาน แม้จะมีการกระทบกระทั่งกับใครหรือหน่วยงานใดก็ตาม แต่ถ้าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ยังไงก็ “สุดซอย”