รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ส้มสายน้ำผึ้ง ณ สวนส้มปรีชา อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน การลดต้นทุนการผลิต การยกระดับคุณภาพผลผลิต และการขยายเครือข่ายตลาดส้มสายน้ำผึ้งในระดับภูมิภาค
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและรับฟังการกล่าวรายงานผลการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ณ สวนส้มปรีชา ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
โดยมี ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่สวนส้มสายน้ำผึ้งฝาง ยื่นข้อเสนอ 4 ด้าน ต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ปัญหาส้มนำเข้าแย่งตลาด และต้นทุนการผลิตสูง พร้อมขอภาครัฐหนุนงานวิจัย นวัตกรรม และการสร้างแบรนด์ เพื่อยกระดับส้มสายน้ำผึ้ง GI เชียงใหม่สู่ตลาดสากล
นางสาวภิรภร เชษฐวัฒนานุกุล ตัวแทนแปลงใหญ่สวนส้มสายน้ำผึ้งฝาง เปิดเผยว่า ส้มสายน้ำผึ้งฝางเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและรายได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ปัจจุบันภาคการผลิตยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน จึงได้สะท้อนปัญหาและยื่นข้อเสนอแนวทางการพัฒนาต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 4 ประการสำคัญ ได้แก่
ประการแรก ขอรับการสนับสนุนในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการบริหารจัดการปัญหาราคาผลผลิตผันผวน การดูแลผลกระทบจากผลไม้ imported หรือส้มนำเข้าที่ส่งผลกระทบต่อตลาดส้มไทย รวมถึงการลดต้นทุนการผลิตซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าหลายประเทศคู่แข่ง
ประการที่สอง ขอการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับส้มสายน้ำผึ้ง ครอบคลุมตั้งแต่การจำหน่ายผลสด การแปรรูป การวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ ตลอดจนการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ด้วยคุณภาพ ค่านิยม และอัตลักษณ์ มากกว่าการแข่งขันด้านราคา
ประการที่สาม ขอการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่ยั่งยืน ที่เชื่อมโยงการผลิต เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่กลับมาสานต่ออาชีพสวนส้ม
และประการที่สี่ ขอการผลักดันสร้างการรับรู้และอัตลักษณ์ของส้มสายน้ำผึ้งฝาง GI ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ผ่านการประชาสัมพันธ์ การสร้างแบรนด์ร่วม การพัฒนามาตรฐาน และการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรระบุว่า ปัจจุบันในพื้นที่เริ่มมีตัวอย่างของการต่อยอดการผลิตไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น สวนส้มปรีชาฝาง ซึ่งพร้อมที่จะเป็นแบบอย่างและศูนย์กลางในการแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการพัฒนาร่วมกับภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาครัฐ เพื่อร่วมกันยกระดับภาคการเกษตรและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ด้าน นายคเณศ หน่อราช ประธานแปลงใหญ่ส้มสายน้ำผึ้งตำบลโป่งน้ำร้อน เปิดเผยว่า ปัจจุบันอำเภอฝางมีการดำเนินงานระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่รวมทั้งสิ้น 18 แปลง ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าว มันฝรั่ง กระเทียม หอมหัวใหญ่ มันเทศ มะม่วง หอมแบ่ง ลำไย ยางพารา ลิ้นจี่ ฝรั่ง และส้มสายน้ำผึ้ง
สำหรับพื้นที่ปลูกส้มสายน้ำผึ้งแปลงใหญ่ในอำเภอฝาง มีจำนวน 2 แปลงหลัก ได้แก่ แปลงใหญ่ส้มสายน้ำผึ้งตำบลม่อนปิ่น มีสมาชิก 30 ราย พื้นที่เพาะปลูก 670 ไร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานปีที่ 2 โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพผลผลิตและการบริหารจัดการแปลง และแปลงใหญ่ส้มสายน้ำผึ้งตำบลโป่งน้ำร้อน มีสมาชิก 30 ราย พื้นที่เพาะปลูก 265 ไร่ ซึ่งได้ดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ครบวงจร ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกระดับคุณภาพผลผลิต การแปรรูป การบริหารจัดการกลุ่ม และการเชื่อมโยงด้านการตลาด
นายคเณศ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรสามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือและขยายช่องทางการจำหน่ายผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการกระจายสินค้าผ่านเครือข่าย สกต. สู่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมทั้งส่งเสริมให้สมาชิกผลิตปุ๋ยหมักใช้เองและนำสารชีวภัณฑ์มาใช้ในการดูแลแปลง เพื่อลดการใช้สารเคมีและสร้างความยั่งยืนให้กับผลผลิตในพื้นที่

ส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี
เลขที่ 151 หมู่ 13 ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์ 034-600156
Email: tv11kanchanaburi@gmail.com
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2564 สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี
(NBT Central)
Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies
รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+
