ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ : ทรงเป็นอนุศิษย์ผู้รับการสั่งสอนอบรมโดยสืบวงศ์สมณะมาแต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์
“...เจ้าพระคุณ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ประทานกำเนิดการเรียนการสอนและการสอบธรรมศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษาธรรมะสำหรับฆราวาสไว้ ด้วยมีพระประสงค์ให้บุคคลทั่วไป ที่ไม่ใช่พระภิกษุสามเณร ซึ่งมีหลักสูตรนักธรรมรับรองอยู่ก่อนแล้ว ได้มีโอกาสเล่าเรียนธรรมะตามหลักสูตรที่ถูกต้องบ้าง จะได้ไม่ไขว้เขวไปเรียนรู้อย่างผิดทาง และจะเป็นโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้ใกล้ชิดพระพุทธธรรม สามารถน้อมนำไปเป็นทางประพฤติ จะได้เป็นพลเมืองดีอย่างเป็นปรกติ
ถ้าเรามองกลับมาสู่ปัจจุบันจะพบว่า แนวทางการสอนธรรมะในสังคมของเรา มีหลากรูปแบบและหลายวิธี มีสำนักครูเกิดขึ้นมาก และสอนกันไปต่าง ๆ หลากหลายกระแส ทั้ง ๆ ที่คำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามที่ประมวลไว้ในพระไตรปิฎกเถรวาท ไม่ได้แตกแยกไปเป็นหลายทางหลายนิยาม
เมื่อพิจารณาการศึกษาตามหลักสูตรธรรมศึกษา จะพบว่า บูรพาจารย์ท่านได้วางหลักสูตรตามเนื้อหาพระไตรปิฎก อรรถกถาและฎีกา ซึ่งเป็นที่รับรองยืนยันแล้วว่าไม่ผิด ท่านได้คัดสรรเนื้อหามาอย่างเหมาะสมแก่การครองชีวิตของฆราวาสแล้ว เพราะฉะนั้น จึงนับได้ว่าผู้เรียนทุกคนได้มีโอกาสศึกษาแผนที่ชีวิตที่ถูกต้อง มีเครื่องนำทางไปอย่างตรงเส้นทาง ไม่พาหลงไปสู่ความเสื่อมอย่างแน่นอน
พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เป็นใครเล่า? ก็เป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนวัดราชบพิธของพวกเรานั่นเอง นักเรียนมีเข็มอักษรพระนาม ชส ประดับอกเสื้อ เตือนใจ กันอยู่ทุกคนแล้ว และโรงเรียนนี้มีคติธรรมว่าอะไร? จำกันได้ดีแล้วใช่หรือไม่? ‘วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ. คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร’ นักเรียนทุกคนมีความเพียรในการศึกษาเล่าเรียนมากพอ จะทำให้ตนพ้นทุกข์แล้วหรือยัง? ขอให้ทุกคนทบทวนดูให้ดี เพื่อจะได้พากเพียรพัฒนาตนให้เจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป
จงจำไว้เสมอว่าถ้าจะอยู่ที่ใด ก็อยู่ให้เขาเบาใจ ถ้าจะจากไปก็ให้เขาอาลัยระลึกถึง ถ้านักเรียนอยู่ที่ใด ก็อยู่ให้เขาหนักใจ ยังไม่ทันจะจากไป เขาก็อยากจะไล่ส่ง ก็เท่ากับสักแต่ว่าสอบธรรมศึกษาเพียงในกระดาษ แต่ยังไม่น้อมนำไปสอบทานไม่ได้นำไปทบทวนในใจเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติตนได้อย่างแท้จริง...”
พระโอวาท สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประทานในการเปิดการสอบธรรมศึกษา
สำนักเรียนวัดราชบพิธ ประจำปี ๒๕๖๐
ณ ห้องประชุมวาสนมหาเถระ โรงเรียนวัดราชบพิธ
วันพฤหัสบดี ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐
ด้วยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นสัทธิวิหาริกในสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ จึงทรงเป็นทั้ง ‘อนุศิษฏ์‘ คือ ผู้รับคำสั่งสอนชี้แจง และ ‘อนุศิษย์’ คือศาสนทายาท ผู้บำเพ็ญสมณธรรมตามสมณวิถีแห่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ผู้ทรงเป็นสมเด็จพระอุปัชฌาย์ของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอุปัชฌายาจารย์
นอกจากนั้นแล้ว เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับพระธุระสืบสาน รักษา และต่อยอดกิจการพระศาสนานานัปการที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ทรงวางรากฐานไว้เพื่อสร้างศาสนทายาทและศาสนบุคคลในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและสืบวงศ์ต่อมาอย่างเข้มแข็งเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบัน อาทิ
เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงครองวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามซึ่งมีอายุล่วงเลยมากว่า ๓ ทศวรรษ เสนาสนะต่าง ๆ ร่วงโรยชำรุดไปตามกาลเวลา ได้ทรงบริหารจัดการบำรุงดูแลถาวรวัตถุของพระอารามอย่างให้สมบูรณ์สง่างามสมกับเป็นพระอารามประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช เมื่อทรงครองพระอารามในปัจจุบัน ก็ทรงสืบสานพระดำริของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ โดยทรงเป็นประธานกรรมการควบคุมดูแลการปฏิสังขรณ์ รักษาเสนาสนะวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และยังทรงต่อยอดจัดหาทุนในการซ่อมแซมและเป็นประธานในการสร้างถาวรวัตถุและเสนาสนะอื่น ๆ มอบแก่วัดต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ นับแต่ยังทรงเป็นหม่อมเจ้าพระสถาพรพิริยพรต ได้ทรงเอาพระทัยใส่ในกิจการการศึกษาของภิกษุสามเณรอย่างยิ่ง ทรงรับภาระเป็นผู้จัดการก่อตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรมวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทั้งทรงร่วมวางรากฐานมหามกุฏราชวิทยาลัย และทรงเป็นกรรมการสภามาแต่แรกด้วยพระองค์หนึ่ง ได้ทรงมีส่วนร่วมบุกเบิก วางรากฐาน บริหารจัดการการศึกษา จนทรงได้รับเลือกให้เป็นนายกสภามาโดยตลอดพระชนม์ พระกรณียกิจสำคัญในระหว่างทรงเป็นนายกสภามหามกุฏราชวิทยาลัยนี้ คือ ทรงก่อตั้ง ‘มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย’ เพื่อเป็นแหล่งทุนทรัพย์นำดอกผลที่เกิดขึ้นมาใช้ดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย อีกทั้งช่วยคณะสงฆ์จัดการศาสนสมบัติให้เป็นระบบรัดกุม นำดอกผลที่ได้จากศาสนสมบัติมาใช้ทำนุบำรุงพระศาสนาในทุกด้าน
ส่วนงานนักธรรมที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงริเริ่มไว้ เมื่อทรงรับพระภาระแห่งสกลสังฆปริณายก เป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า แล้ว ทรงพระดำริว่า การศึกษานักธรรมมิได้เป็นประโยชน์แต่เฉพาะบรรพชิตเท่านั้น แม้ผู้เป็นฆราวาสก็จะได้รับประโยชน์ด้วย โดยเฉพาะข้าราชการครูซึ่งต้องสั่งสอนวิชาความรู้และอบรมจริยาแก่เยาวชนของชาติ จึงทรงตั้งหลักสูตรนักธรรมสำหรับฆราวาส เรียกว่า “ธรรมศึกษา” ทรงวางรากฐานการศึกษาจนสัมฤทธิ์ผลและจัดสอบครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๒ จนเป็นที่แพร่หลายและมีผู้เข้าสอบอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนโรงเรียนภาษาไทยหรือโรงเรียนวัดราชบพิธ ที่ก่อตั้งมาแต่สมัยพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพระอรุณนิภาคุณากร ก็ทรงรับสนับสนุนกิจการของโรงเรียนจนเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ทรงบริจาคกัปปิยภัณฑ์ประทานในการก่อสร้าง “ตึกสัมฤทธิ์วิทยากร” เพื่อขยายสถานที่ให้เปิดสอนในระดับที่สูงขึ้น จึงทรงเป็นบุพการีพระองค์สำคัญของ “โรงเรียนวัดราชบิธ” ด้วยพระองค์หนึ่ง
เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับพระธุระสืบสานพระกรณียกิจของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ พระองค์นั้น ด้วยทรงรับเป็นอาจารย์สอนพระปริยัติธรรมแก่ภิกษุสามเณรในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถ่ายทอดมหาสมณธรรมและมหาสมณจริยาที่ทรงรับแนวทางปฏิบัติมาแต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ผ่านสมเด็จพระอุปัชฌาย์ นับแต่แรกอุปสมบทตราบจนปัจจุบัน อีกทั้งทรงเป็นกรรมการสนามหลวงแผนกธรรมและแผนกบาลี ทรงเป็นประธานกรรมการจัดการสอบนักธรรมและธรรมศึกษาสนามหลวง ทรงเป็นประธานศูนย์ธรรมศึกษาในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยและทรงเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ตลอดจนทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนวัดราชบพิธ ทรงก่อตั้งและรับเป็นประธานมูลนิธิทุนการศึกษาต่าง ๆ เพื่อประทานแก่ภิกษุสามเณรและนักเรียนผู้มีผลการเรียนดี ให้ต่อยอดการศึกษาในระดับที่สูงยิ่งขึ้นไป ซึ่งเป็นปัจจัยเกื้อกูลแก่พัฒนาการของพระศาสนาและยังเป็นเครื่องสนองพระคุณแห่งบูรพาจารย์ในพระองค์อีกด้วย
นอกจากนี้ ทรงต่อยอดพระดำริของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ บำรุงสำนักศาสนศึกษาในสังกัดอารักขาของสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เช่น สำนักศาสนศึกษาวัดอาษาสงคราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ สำนักศาสนศึกษาวัดผ่องพลอยวิริยาราม เขตบางนา กรุงเทพมหานคร สำนักศาสนศึกษาวัดสัมมาชัญญาวาส เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร และวัดพระยายัง พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นต้น ยังให้เกิดความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระพุทธศาสนายิ่งขึ้นไป
แม้ในพระกรณียสำคัญอันเป็นความเจริญแห่งศาสนจักรและเกียรติยศแห่งราชอาณาจักร คือ การเผยแผ่พระบวรพุทธศาสนาในต่างแดน สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ได้ทรงรับสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร่วมตรวจชำระ “พระไตรปิฎกบาฬีอักษรสยาม ฉบับจุลจอมเกล้าบรมธัมมิกมหาราช ร.ศ.๑๑๒” พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์เป็นเล่มหนังสือชุดแรกของโลก ที่จัดระเบียบการถ่ายเสียงภาษาบาลีด้วยอักษรไทยเป็นครั้งแรก อีกทั้งได้เทียบเสียง ๒ ภาษาในอักษรโรมัน อันกำเนิดด้วยพระราชญาณทัศน์ที่จะทรงประกาศให้นานาประเทศได้รู้ว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก และยังก้าวทันเทคโนโลยีการพิมพ์อย่างตะวันตก ซึ่งได้พระราชทานไปยังพระอาราม ๕๐๐ แห่งทั่วประเทศและสถาบันสำคัญของโลก ๒๖๐ แห่ง ทั้งยังทรงรับเป็นประธานชำระพระไตรปิฎกคราวจัดพิมพ์ “พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย
เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับสืบสานและต่อยอดกิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสืบเนื่อง มาแต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ และสมเด็จพระอุปัชฌาย์ ทรงวางรากฐานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังประเทศต่าง ๆ ทรงเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตของคณะสงฆ์ธรรมยุตรุ่นแรก นำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ยังเครือรัฐออสเตรเลีย ทรงเอาพระทัยใส่รับพระธุระกิจการพระธรรมทูตในฐานะแม่กองงานพระธรรมทูต ทรงรับเป็นที่ปรึกษาสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) คอยให้คำแนะนำแก่พระธรรมทูตของคณะสงฆ์ไทยที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนายังต่างประเทศ และทรงเป็นผู้แทนมหาเถรสมาคมในครั้งที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ณ สำนักงานใหญ่ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช จึงทรงเป็นทั้งผู้รับอนุศิษฏ์ และทรงเป็นอนุศิษย์ “ผู้สืบวงศ์สมณะมาแต่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์” สนองพระคุณบูรพาจารย์ สืบสาน รักษา และต่อยอด ให้พระบวรพุทธศาสนาหยั่งรากลึก จนผลิดอกออกผลยังความเจริญงอกงาม แผ่ไพศาลกิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นแก่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวโลกดังนี้
ร่วมน้อมถวายสักการะและเรียนรู้รอยทางธรรมในซีรีส์พิเศษชุด "๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช" พบกัน ทุกวันศุกร์ ณ เพจ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช
#วัดราชบพิธ #ธรรมะจากพระนาม