นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในงานทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนก่อสร้างพุทธศาสนสถานภายในวัดถ้ำเสือ ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ และทันทีที่นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางถึงวัดถ้ำเสือ กลุ่มสตรีนางรำกว่า 200 คน ซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อลูกไม้สีขาวและนุ่งผ้าปาเต๊ะสีฟ้า ได้พร้อมใจกันร่ายรำประกอบบทเพลงเมืองกระบี่ เพื่อต้อนรับคณะอย่างงดงามและอบอุ่น การแสดงดังกล่าวยังสะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ อันเป็นภาพแทนของวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และเสน่ห์อันโดดเด่นของชาวกระบี่ ที่ร่วมกันถ่ายทอดความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและแสดงไมตรีจิตต้อนรับนายกรัฐมนตรีและคณะ สร้างความประทับใจแก่คณะผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางถึงพื้นที่
.
จากนั้น จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ถวายสักการะแด่ พระเทพวชิรพุทธาคม รองเจ้าคณะภาค 17 ก่อนเป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชผ้าป่า พร้อมถวายพุ่มผ้าป่าแด่พระเทพวชิรพุทธาคม โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และผู้ว่าราชการทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงข้าราชการ ภาคธุรกิจ ประชาชน และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงภายในศาลาการเปรียญ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาและความเป็นสิริมงคล
.
สำหรับวัตถุประสงค์การทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ เพื่อระดมทุนสมทบการก่อสร้างพุทธศาสนสถานสำคัญภายในวัดถ้ำเสือ ประกอบด้วยพระมหาธาตุเจดีย์ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ และสิ่งก่อสร้างทางพระพุทธศาสนาอื่น ๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล รวมทั้งพัฒนาวัดถ้ำเสือให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนาและแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่สำคัญของจังหวัดกระบี่และภาคใต้ โดยโครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินงานและต้องอาศัยแรงศรัทธาจากประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาในการร่วมสนับสนุนให้การก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์
.
ขณะเดียวกัน จังหวัดกระบี่ ได้ใช้โอกาสการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ในการส่งเสริมภาพลักษณ์กระบี่ท่องเที่ยววิถีพุทธควบคู่กับการเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น พร้อมผลักดันวัดถ้ำเสือให้เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของภาคใต้ ผ่านการเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวหลักของจังหวัด ทั้งทะเล ธรรมชาติ ชุมชน และวิถีวัฒนธรรม โดยการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นภารกิจด้านศาสนาและการพบปะประชาชนแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่ในมิติที่หลากหลาย ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของกระบี่ในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยววิถีพุทธ เมืองแห่งศรัทธา และเมืองท่องเที่ยวคุณภาพที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น นอกเหนือจากชื่อเสียงด้านทะเลและธรรมชาติ ทั้งนี้ ชาวจังหวัดกระบี่ ยังเชื่อมั่นว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี จะเป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนโดยตรง นำไปสู่การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมศักยภาพของจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
.
สำหรับ วัดถ้ำเสือ ก่อตั้งขึ้นจากความดำริของ พระครูภาวนาธิคุณ (หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ) ซึ่งได้นิมิตเห็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีภูเขาและถ้ำล้อมรอบ จึงเดินทางมาพบพื้นที่แห่งนี้และเริ่มพัฒนาเป็นสำนักปฏิบัติธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2518 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น วัดถ้ำเสือ ในปี พ.ศ. 2533 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2535 วัดมีชื่อเสียงจากความงดงามของธรรมชาติ รายล้อมด้วยภูเขา ป่า และถ้ำหลายแห่ง รวมทั้ง พระธาตุเจดีย์ยอดเขาแก้ว และ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ บนยอดเขาสูงประมาณ 600 เมตร ซึ่งสามารถขึ้นไปสักการะได้ทางบันได 1,237 ขั้น และชมทิวทัศน์เมืองกระบี่ได้โดยรอบ ปัจจุบัน พระธรรมวชิรพุทธาคม ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส และได้ดำเนินโครงการก่อสร้างและพัฒนาพุทธศาสนสถานภายในวัด ได้แก่ พระมหาธาตุเจดีย์ อุโบสถหลังใหม่ ศาลาการเปรียญ และเสนาสนะต่าง ๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และเพื่อเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนสืบไป นอกจากนี้ วัดถ้ำเสือ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของจังหวัดกระบี่ที่มีทั้งความงดงามทางธรรมชาติ ความสงบทางจิตใจ และคุณค่าทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระธาตุเจดีย์บนยอดเขา จุดชมวิวเมืองกระบี่ และสถานที่ปฏิบัติธรรม ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จังหวัดกระบี่ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมที่มีศักยภาพอีกหลายแห่ง อาทิ วัดมหาธาตุวชิรมงคล หรือวัดบางโทง และวัดมหาธาตุแหลมสัก อำเภออ่าวลึก รวมถึงพื้นที่อารยธรรมลูกปัดโบราณคลองท่อม ซึ่งสามารถพัฒนาและเชื่อมโยงเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศาสนา เชิงวัฒนธรรม และเชิงประวัติศาสตร์ได้อย่างมีคุณค่า..//
CG: ภาพ/ข่าว - NBT ภูเก็ต