ด้านเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- พาณิชย์
นายกฯ อนุทิน และ รมว.พาณิชย์ ศุภณัฐ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโครงสร้างสินค้าเกษตรตั้งแต่ก่อนและระหว่างฤดูกาลผลิต ส่งผลให้การส่งออกโดยรวมเดือน เม.ย. 69 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 17.9% โดยทุเรียนเพิ่ม 109.5% เงาะ 92.8% และลิ้นจี่ 70% เป็นผลจากการกระตุ้นการส่งออก การอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ผ่านด่านในลาว เวียดนาม และจีน ส่งเสริมตลาดเมืองหลัก เมืองรอง ตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศ สำหรับในประเทศได้ร่วมกับห้างค้าส่งค้าปลีกจัดกิจกรรมจำหน่ายผลไม้และบุฟเฟต์ผลไม้ จำหน่ายผ่านโครงการไทยช่วยไทย พร้อมจัดแคมเปญ "Thailand : The Land of Tropical Fruits" มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 ระยะ คือ ต้นน้ำมุ่งพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และสนับสนุนโครงการ Q - Chan สำหรับทุเรียนจันทบุรี กลางน้ำส่งเสริมการแปรรูปและนำนวัตกรรมมาประยุกต์เพื่อดูดซับผลผลิต และปลายน้ำมุ่งรักษาตลาดเดิม เจาะตลาดใหม่ ขยายช่องทางผ่าน Live Commerce, TikTok, KOL/Influencer รวมถึงต่อยอดสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และใช้กลไก Contract Farming เพื่อการซื้อขายล่วงหน้า
- พลังงาน
รมว.พลังงาน เอกนัฏ ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Obaid Saeed Obaid Bintaresh Aldhaheri เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย หารือการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านพลังงาน โดยบริษัท Abu Dhabi National Oil Company (ADNOC) สนใจร่วมลงทุนคลังสำรองน้ำมัน และโครงการพลังงานอื่น ๆ ในไทย รวมทั้งหารือการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยุคใหม่เพื่อรองรับ Data Center และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งนี้ รมว.พน. ขอบคุณสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในฐานะประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบอันดับ 1 ของไทย และเปิดรับการลงทุนจากภาคเอกชนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะการยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งอันดามัน และการสร้างคลังสำรองน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) และโครงการ Land bridge ที่ครอบคลุมท่าเรือ โรงกลั่น คลังน้ำมัน และระบบท่อส่งปิโตรเลียม
เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ไปสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน
- เกษตรฯ
รมว.เกษตรฯ สุริยะ หารือร่วมกับสมาพันธ์ SME Thai กำหนดแนวทางการส่งเสริมและยกระดับผู้ประกอบการ SME ในภาคการเกษตร โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งผลักดันมาตรการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ผ่านการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบเกษตรแม่นยำ การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนพลังงานทางเลือก พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนในการขยายช่องทางการตลาด ยกระดับมาตรฐานสินค้า และผลักดันการจับคู่ธุรกิจ และเตรียมสนับสนุนการดำเนินงานใน 4 ด้านหลัก ได้แก่
- การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูป
- การยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
- การขยายช่องทางการตลาดผ่านเครือข่ายออฟไลน์และออนไลน์
- การผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
การบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง
- มหาดไทย
นายกฯ อนุทิน ประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด รวมทั้ง มท. สตช. ยธ. และหน่วยความมั่นคง เข้าร่วม เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันภายใต้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่
- ด้านการป้องกัน ทำงานในรูปแบบ "ทีมจังหวัด" ใช้เครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฝ้าระวังปัญหายาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้มีอิทธิพล ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง เมืองท่องเที่ยว เขตเศรษฐกิจสำคัญ
- ด้านการปราบปราม เร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการและเครือข่ายรายใหญ่ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต้องตัดเส้นทางการเงินอย่างเด็ดขาด ภายใต้หลัก "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" โดยไม่มีการแทรกแซง
- ด้านการช่วยเหลือประชาชน ให้ มท. ใช้กลไกศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานในพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหา นำเทคโนโลยีสมัยใหม่สนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงรุก
ด้านสังคม
การยกระดับสื่อการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
- ศึกษาธิการ
รมว.ศึกษาธิการ ประเสริฐ หารือร่วมกับบริษัท ติ๊กต็อก (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อยกระดับการผลิตสื่อการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาทักษะดิจิทัล มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยลดภาระงานของครู ควบคู่กับการผลิตสื่อคอนเทนต์รูปแบบวิดีโอสั้นความยาวภายใน 2 นาที เพื่อให้เข้าถึงง่ายและสอดคล้องกับวิถีคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเรียนรู้ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา รวมถึงการ Upskill และ Reskill เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และปรับตัวให้ก้าวทันตลาดแรงงาน โดยครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนมีความร่วมมือในการโปรโมทข่าวสารและกิจกรรมของ ศธ. ตามนโยบายหลัก 5 ด้าน เพื่อสร้างการรับรู้แก่สังคมในวงกว้าง
การสร้างมาตรฐานสินค้าและคุ้มครองผู้บริโภค
- สำนักนายกฯ
รมต.นร.ศุภมาส ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ติดตามความคืบหน้ากรณีผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการใช้รถยนต์ไฟฟ้า Volvo EX30 โดยเรียกบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงจากเหตุเพลิงไหม้ 2 กรณี บริษัทได้เจรจาเปลี่ยนรถใหม่และชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนรถคันอื่นจะดำเนินการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่มีข้อบกพร่องทั้งชุด 90% และเปลี่ยนเฉพาะโมดูล 10% เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่ 25 พ.ค. และคาดว่าจะแล้วเสร็จ 31 ส.ค. แต่บริษัทยังไม่มีนโยบายรับซื้อคืน ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนยังไม่พอใจ สคบ. จึงเตรียมฟ้องแพ่งเรียกร้องค่าเสียหายทั้งหมด ควบคู่รายายผลคดีอาญาประเด็นการโฆษณาสร้างความเชื่อมั่นเกินจริง นอกจากนี้ในระหว่างการหารือได้เกิดเหตุรถยนต์ไฮบริด (PHEV) รุ่น Volvo XC60 เกิดเพลิงไหม้บนมอเตอร์เวย์ M81 จึงมีคำสั่งเพิ่มเติมให้บริษัทตรวจสอบและชี้แจงโดยด่วน ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายสามารถร้องทุกข์ได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปฯ OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
- เกษตรฯ
รมว.เกษตรฯ สุริยะ ประชุมเตรียมการเพื่อบรรเทาสาธารณภัยและรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติจากความผันผวนของสภาพอากาศ กำชับหน่วยงานให้ปฏิบัติตามข้อสั่งการของ นายกฯ และองค์มนตรี ใน 4 ประเด็น ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ การปรับแผนเผชิญเหตุ การเร่งช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ และการเตรียมรับมือภัยแล้งล่วงหน้า พร้อมกำหนด 5 แนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงจากเอลนีโญ ได้แก่
- เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนผ่านการปฏิบัติการฝนหลวง
- ใช้ดาวเทียมและเทคโนโลยี Remote Sensing เฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้า
- ปรับแผนการผลิตและส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อยให้สอดคล้องกับน้ำต้นทุน
- ลดต้นทุนผ่านการใช้น้ำและปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินอย่างมีประสิทธิภาพ
- ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบูรณาการป้องกันและลดความเสียหายล่วงหน้าแทนการรอเยียวยาเพียงอย่างเดียว
ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
ผลักดันร่างกฎหมายการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน
- คมนาคม
รมว.คมนาคม พิพัฒน์ เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมการขนส่งทางราง (ขร.) ครบรอบ 7 ปี มอบนโยบายผลักดันระบบรางให้เป็นโครงข่ายหลักของประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและลดต้นทุนโลจิสติกส์ พร้อมกำหนดนโยบายสำคัญหลังเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุในระบบการเดินรถ คือความปลอดภัยต้องเป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ทำให้ได้ 100% สั่งการให้ ขร. ยกระดับการกำกับดูแลเชิงรุก เข้มงวดการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยทั้งรถไฟฟ้ามหานคร และรถไฟระหว่างเมือง และนำเทคโนโลยีระบบการซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์มาควบคุมผู้ให้บริการเพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดเหตุ