ด้านเศรษฐกิจ
บริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์โลก เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
- คลัง
- นายกฯ อนุทิน และ รมว.คลัง ดร.เอกนิติ ขับเคลื่อนโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" โดย ครม. อนุมัติโครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
- เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กลุ่มเปราะบาง 13.18 ล้านราย อีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิม 300 บาท รวม 1,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลา 4 เดือน โดยไม่กดสิทธิเดือนถัดไป พร้อมเตรียมเปิดลงทะเบียนรอบใหม่
- โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สำหรับประชาชนไม่เกิน 30 ล้านคน (สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป) รัฐร่วมจ่ายค่าอาหารและสินค้า 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน ร้านค้าเดิมยืนยันสิทธิ์ได้ 25 พ.ค. - 30 ก.ย. ร้านค้าใหม่ลงทะเบียน 25 พ.ค. - 31 ก.ค. ประชาชนลงทะเบียน 25 - 29 พ.ค. เริ่มใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. และผ่าน Food Delivery 15 มิ.ย. - 30 ก.ย. พร้อมนำ AI มาวิเคราะห์ธุรกิจผ่านแอปฯ ถุงเงินเพื่อเพิ่มทักษะแก่ร้านค้า
ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- คลัง
- นายกฯ อนุทิน รับทราบรายงานสภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 69 ซึ่งขยายตัว 2.8% ประกอบกับสถาบัน Moody's ปรับระดับความน่าเชื่อถือของไทยจากเชิงลบ เป็นมีเสถียรภาพ การลงทุนรวมขยายตัว 9.9% สูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวสูงถึง 10.1% นายกฯ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลภาคการเกษตรและเศรษฐกิจฐานรากผ่านการลดต้นทุนและบริหารจัดการน้ำ พร้อมติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงานตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน ดูแลค่าครองชีพ เช่น มาตรการไทยช่วยไทยพลัส ที่รัฐช่วย 60 ประชาชนจ่าย 40 กระจายเงินสู่ร้านค้ารายเล็ก รัฐบาลตั้งเป้าให้เศรษฐกิจปี 69 เติบโตที่ 2%
- อุตสาหกรรม
- นายกฯ อนุทิน พร้อมด้วย รมว.พาณิชย์ ศุภจี และ รมว.อุตสาหกรรม วราวุธ ต้อนรับนาย Takahiro MORI รองประธานกรรมการ บริษัทนิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น หารือความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง มีการหารือประเด็นสำคัญ ได้แก่ การผลักดันอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่ระบบเตาหลอมไฟฟ้าภายในไม่กี่ปีข้างหน้าเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียว อก. จะกำหนดแนวทางการใช้เหล็กในงานก่อสร้างอาคารสาธารณะและความปลอดภัยระดับประเทศ กำหนดมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ดูแลผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำในประเทศ และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการสนับสนุนการลงทุนด้านรีไซเคิลและการใช้เศษเหล็กเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเหล็กสีเขียว
ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และความนิยมไทย
- อุดมศึกษาฯ
- รมว.อุดมศึกษาฯ ศ.ดร.ยศชนัน เปิดและบรรยายในงาน "Beyond Relaxation นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และอนาคตของการสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรม Wellness" ผลักดันแนวคิด "Scientific Based Wellness" ยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาวะไทยด้วยงานวิจัย หลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ (Evidence Base) การนำ AI และ Machine Learning มาวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพแบบมุ่งเน้นเรื่อง Longevity เพื่อให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ พร้อมสนับสนุนทุนวิจัย ห้องปฏิบัติการ การทดสอบทางคลินิก มาตรฐาน GMP และทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ อุตสาหกรรม Wellness โลกมีมูลค่ากว่า 6.32 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเฉลี่ย 7.32% ต่อปี โดยไทยอยู่อันดับ 9 ของเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 24 ของโลก ด้วยมูลค่า 40.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ
การพิจารณาความเหมาะสมเพื่อความคุ้มค่าของงบประมาณ
- สำนักนายกฯ
- รมต.นร.ศุภมาส เผยความคืบหน้าการพิจารณาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ว่ารัฐบาลอาจต้องทบทวนการซื้อลิขสิทธิ์ เนื่องจากราคาที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เสนอมีมูลค่าสูงมากเมื่อเทียบกับบางประเทศที่มีประชากร 1,500 ล้านคน มากกว่าไทยถึง 20 เท่า แต่ประเทศเหล่านั้นกลับได้ราคาลิขสิทธิ์ที่ถูกกว่า เมื่อคิดเป็นรายหัวแล้วไทยต้องจ่ายแพงกว่า 10 - 20 เท่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง หากราคาไม่ยุติธรรมและไม่คุ้มค่าก็จำเป็นต้องเก็บงบประมาณไว้ทำอย่างอื่นแทน ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างตรวจสอบช่องทางอื่นจากฟีฟ่า ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนต่อไป
ด้านสังคม
เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
- ศึกษาธิการ
- รมว.ศึกษาธิการ ประเสริฐ เปิดและแถลงข่าวกิจกรรม "OVEC Plus 4 : อาชีวะอาสา ซ่อมได้ สร้างได้ ช่วยได้จริง" มีเป้าหมายปรับสัดส่วนผู้เรียนอาชีวะต่อสายสามัญเป็น 50 : 50 รองรับพื้นที่เศรษฐกิจ EEC และอุตสาหกรรมใหม่ ภายใต้หลักการ "ได้งาน ได้เงิน ได้วุฒิ" และระบบสะสมหน่วยกิต Credit Bank กิจกรรมครั้งนี้มี 4 ภารกิจหลัก ได้แก่ อาชีวะอาสาช่วยประชาชนลดค่าไฟ อาชีวะอาสาลดควันลดฝุ่น อาชีวะอาสาสร้างอาชีพยกระดับชุมชน และอาชีวะอาสาพี่ช่วยน้อง
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
- มหาดไทย
- นายกฯ อนุทิน ประชุม บกปภ.ช. ติดตามและเตรียมป้องกันภัยแล้ง ปี 69 โดยมีคณะองคมนตรีเข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะ ร่วมด้วย รมช.มหาดไทย (นายพลพีร์ นายเจเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์) นายกฯ ระบุว่าแม้ไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่คาดว่าปี 69 จะมีฝนน้อยและเกิดเอลนีโญช่วงครึ่งปีหลัง จึงสั่งการให้ผู้ว่าฯ นำแนวทางปฏิบัติเมื่อปี 60 มาจัดทำแผนเผชิญเหตุ และประสานทุกภาคส่วนดูแลประชาชน โดยศูนย์ ปภ. เขต 18 แห่ง ได้เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย 48 รายการ 2,188 หน่วย และดำเนินโครงการสูบน้ำกักเก็บตั้งแต่ พ.ย. 68 ถึง พ.ค. 69 ใน 18 จังหวัด ได้ปริมาณน้ำรวม 1,997,691 ลบ.ม. ประชาชนได้ประโยชน์ 34,169 ครัวเรือน ประชาชนสามารถติดตามการแจ้งเตือนภัยผ่านแอปฯ THAI DISASTER ALERT และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือได้ที่ไลน์ @1784DDPM หรือสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม.
ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเป็นสมาชิกของ OECD
- ต่างประเทศ
- นายกฯ อนุทิน เป็นประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ครม. มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งขึ้นเพื่อกำกับทิศทาง เร่งรัด และติดตามการดำเนินงานให้เป็นเอกภาพ มีรองนายกฯ 3 คน เป็นรองประธาน ได้แก่ นายเอกนิติ นายสิทธิศักดิ์ และนายปกรณ์ ร่วมด้วยหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รัฐบาลตั้งเป้าให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการประเมินทางเทคนิค การจัดทำข้อมูลตอบแบบสอบถาม และประเมินความสอดคล้องของกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ในมิติเศรษฐกิจ กฎหมาย ธรรมาภิบาล การลงทุน การแข่งขัน นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์ระยะยาวของประเทศ