ด้านเศรษฐกิจ
ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- คลัง
- นายกฯ อนุทิน ประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีแนวทางการดำเนินการตามข้อเสนอของภาคเอกชน ดังนี้
- ฟื้นฟูกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ถึง 3 สถาบันเศรษฐกิจหลัก (ส.อ.ท., สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, และสมาคมธนาคารไทย) ร่วมเป็นเวทีผลักดันนโยบาย
- แก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องและหนี้เสีย (NPL) ของกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ควบคู่กับผลักดันนโยบาย "Made in Thailand" (MiT) ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ปัญหาจุดเชื่อมต่อ (Missing Link) ด้านโลจิสติกส์ รองรับการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร
- มอบหมายกระทรวงแรงงานหารือร่วมกับภาคเอกชนเพื่อออกแบบระบบขึ้นทะเบียนและบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชานอกระบบกว่า 200,000 คน เพื่อจัดระเบียบด้านความมั่นคง สวัสดิการ และรองรับความต้องการของภาคการผลิตอย่างเหมาะสม
- รมว.คลัง ดร.เอกนิติ เปิดงาน "SUBCON Thailand 2026" จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบีโอไอ สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และภาคเอกชน เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งนี้ รมว.คลัง นำเสนอหลัก "5T" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่
- Target (มุ่งเป้าใช้ทรัพยากรตรงจุด)
- Transition (เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่)
- Transform (พลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจถึง SMEs)
- Transparency (ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความโปร่งใส)
- Together (รวมพลังภาครัฐและเอกชน)
นอกจากนี้ เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตสู่เทคโนโลยีขั้นสูงและความยั่งยืน
ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
การรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ
- มหาดไทย
นายกฯ อนุทิน ติดตามการแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยมี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ สุชาติ รมช.มหาดไทย อนุทิน รมช.มหาดไทย วรสิทธิ์ รมช.คมนาคม สรรเพชญ นายกฯ ได้มอบนโยบาย 5 ประเด็น ได้แก่
- ปราบปรามการประกอบธุรกิจผิดกฎหมายและการทำนอมินี
- จัดระเบียบชายหาดสาธารณะ ห้ามเอกชนยึดถือครอบครอง
- พัฒนาระบบสาธารณูปโภค (สร้างอ่างเก็บน้ำแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและส่งเสริมให้ติดตั้ง Solar Rooftop)
- ยกระดับคุณภาพสาธารณสุขในพื้นที่
- กำหนดให้เกาะพะงันเป็นพื้นที่ต้นแบบ (Sandbox) การจัดระเบียบ เพื่อขยายผลจังหวัดท่องเที่ยวอื่น
การรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ
- มหาดไทย
นายกฯ อนุทิน ตรวจสอบกรณีชาวต่างชาติลักลอบครอบครองอสังหาริมทรัพย์วิลล่าหรู ทั้งนี้ นายกฯ สั่งการ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- ขับเคลื่อนนโยบาย One Stop Service ลดความซ้ำซ้อนในการขออนุญาตประกอบธุรกิจ
- ตรวจสอบขบวนการนอมินีที่ใช้บริษัทบังหน้าเพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์เกินกว่า 49% เกินกฎหมายกำหนด
- มอบหมายให้ สตช. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ป้องกันการใช้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นแหล่งฟอกเงิน
- กำชับการจัดระเบียบหาดพาราไดซ์ จ.ภูเก็ต เพื่อจัดการกลุ่มผู้มีอิทธิพลเรียกเก็บค่าคุ้มครอง และข่มขู่ สส.
โดยให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อรักษาประโยชน์ของชาติและประชาชน
ด้านสังคม
ยกระดับบริการสุขภาพของคนไทย
- สาธารณสุข
รมว.สาธารณสุข พัฒนา ติดตามงานเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขในสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ รพ.หาดใหญ่ ความคืบหน้าการฟื้นฟูเร็วกว่าแผน 20% ทั้งนี้ มีการใช้งบประมาณจากเงินพระราชทาน 100 ล้านบาท ปรับปรุงห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน อาคารและระบบเครื่องสำรองไฟ ศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูก และหอผู้ป่วยโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก มีแผนปรับปรุงระบบสนับสนุนเพื่อรองรับอุทกภัย ประกอบด้วย
- โครงสร้างอาคาร (ฟื้นฟูแล้ว 80%)
- ระบบไฟฟ้า (ติดตั้ง Express Line ของ กฟภ. และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 1,200 KVA)
- ระบบประปา (ก่อสร้างอาคารปั๊มน้ำ 10 อาคาร และระบบ RO กำลังผลิต 2,000 ลิตร/ชม.)
- ระบบก๊าซทางการแพทย์
- ระบบสื่อสาร พร้อมยกระดับ 7 ศูนย์ความเชี่ยวชาญ (ศูนย์มะเร็ง ศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง ศูนย์ทารกแรกเกิด ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้อง ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะ) พัฒนา ATMs ตามมาตรฐานสากล และเตรียมขยายบริการ "รพ.หาดใหญ่ 2"
การคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน
- พัฒนาสังคมฯ
รมว.พัฒนาสังคมฯ นิกร สั่งการให้เข้าช่วยเหลือคุ้มครองสวัสดิภาพกลุ่มเด็กไทยอายุ 4 - 15 ปี ที่ไปมวยไทยภาคฤดูร้อนในต่างประเทศและถูกควบคุมตัวพร้อมกลุ่มผู้ต้องสงสัย จากการคัดแยกตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) พบว่าเด็กส่วนใหญ่ที่มีหนังสือเดินทางไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ได้ประเมินความพร้อมและส่งคืนเด็กให้ผู้ปกครองพร้อมทำข้อตกลงการอุปการะ ส่วนกลุ่มที่ไม่มีหนังสือเดินทางอยู่ระหว่างรอให้การต่อศาลในฐานะพยาน คาดว่าจะส่งตัวกลับไทยในเดือน มิ.ย. 69 และทำข้อแนวทางการช่วยเหลือตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดดูแลเด็กรายกรณี 4 ด้าน ได้แก่
- ด้านการศึกษา (ประสานสถานศึกษาเก่าก่อนเด็กกลับ)
- ด้านสุขภาพ (ตรวจสุขภาพและดูแลปัจจัยพื้นฐาน)
- ด้านครอบครัว (เยี่ยมบ้านและติดตามระยะยาว)
- ด้านเศรษฐกิจ (สนับสนุนเงินสงเคราะห์และกองทุนคุ้มครองเด็ก)
การสร้างมาตรฐานสินค้าและคุ้มครองผู้บริโภค
- สำนักนายกฯ
รมต.นร.ศุภมาส เผยความคืบหน้ากรณีผู้รับเหมาก่อสร้างทิ้งงาน
- กรณีแรก : เจ้าของเพจ "หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน" ไม่มาให้ปากคำตามนัด สคบ. เตรียมออกหนังสือเรียกอีกครั้ง (ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) พร้อมยื่นตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อดำเนินคดีแพ่งแทนผู้เสียหาย และประสาน บก.ปคบ. กับกองปราบเพื่อดำเนินคดีฉ้อโกง (ผิดสัญญา : จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ / โฆษณา : จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) กำหนดกรอบเวลาดำเนินคดีไม่เกิน 2 เดือน
- กรณีที่สอง : บริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัด คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ดำเนินคดีแพ่ง 1 ราย และเตรียมหลักฐานเพิ่มจากผู้ร้องทุกข์ ส่วนคดีอาญาได้ส่ง บก.ปคบ. ดำเนินการ 90 ราย และ สคบ. เปรียบเทียบความผิดไป 2 คดี
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ผ่านสายด่วน 1166 แอปฯ OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
พิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ทรัพยากรธรรมชาติฯ
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ สุชาติ เข้าร่วมคณะเดินทางกับ นายกฯ อนุทิน ตรวจราชการ ณ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต ติดตามการแก้ปัญหาธุรกิจนอมินี และการบุกรุกที่ดินของรัฐ พบว่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ - เกาะพะงัน ไม่พบการบุกรุก ส่วนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะพะงัน ดำเนินคดีแล้ว 4 คดี และไม่พบการบุกรุกใหม่โดย นายกฯ มอบนโยบายการจัดรูปที่ดินเพื่อรับรองสิทธิทำกินของราษฎรตามกฎหมาย และสั่งการให้ใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เฝ้าระวัง สกัดกั้นกลุ่มทุนข้ามชาติเข้าครอบครองทรัพยากร และมีกำหนดเดินทางต่อไปหาดฟรีดอม จ.ภูเก็ต ติดตามการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ชายหาดสาธารณะต่อไป