ด้านเศรษฐกิจ
เสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
- คลัง
นายกฯ อนุทิน ประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) เตรียมความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินระดับโลก 12 - 18 ต.ค. 69 เปรียบเสมือน "โอลิมปิกด้านการเงินการคลัง" จะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 189 ประเทศ ที่ประชุมเห็นชอบแนวคิด "Thailand's New Horizons: Empowering People, Building Resilience" และยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่
- การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI
- ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก
- การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร
นอกจากนี้ ได้อนุมัติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ (ด้านสารัตถะ ด้านพิธีการและอำนวยการ และด้านรักษาความปลอดภัยการจราจร และสาธารณสุข) ขับเคลื่อนและกำหนดแนวทางจัดงานแบบ Green Meeting และใช้ผนัง Isowall เพื่อความยั่งยืน
บริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์โลกเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
- พาณิชย์
รมว.พาณิชย์ ศุภจี มอบหมายรองอธิบดีกรมการค้าภายใน ตรวจสอบร้านจำหน่ายชุดนักเรียนย่านวงเวียนใหญ่ ติดตามโครงการ "ไทยช่วยไทยเฟส : เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า Back To School 2026" ลดราคาสินค้าและบริการด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ สูงสุด 86% คาดว่าลดภาระค่าครองชีพ ให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและ ศธ. จัดกิจกรรมส่วนภูมิภาค จำหน่ายชุดนักเรียนและสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด พบว่าส่วนใหญ่ราคายังทรงตัวเทียบกับปีก่อน พร้อมกำชับผู้ประกอบการให้ปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากจงใจจำหน่ายราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประชาชนร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์
- คมนาคม
รมว.คมนาคม พิพัฒน์ มอบนโยบายการดำเนินงานแก่กรมทางหลวงชนบท สั่งเร่งพัฒนาระบบคมนาคมให้ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่
- สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา
- ถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ ระยะที่ 3
- ถนนเลี่ยงเมืองพะเยา
- โครงการยกระดับชั้นทาง ถนนสนับสนุนรถไฟทางคู่ และถนนเพื่อการท่องเที่ยว 333 โครงการ
- ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 46 แห่งทั่วประเทศ
- โครงการแก้ปัญหาจราจรระดับภูมิภาค ใช้เทคโนโลยี ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุอัจฉริยะ และนวัตกรรมถนนจากขยะพลาสติกรีไซเคิล
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
ดิจิทัลฯ
- รมว.ดิจิทัลฯ ไชยชนก เปิดงาน "เดลินิวส์ ทอล์ก 2026" กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "เมื่อ AI กำหนดอนาคตเศรษฐกิจ... แล้วไทยจะยืนตรงไหน?" รมว.ดีอี ระบุว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยและ AI เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นำพาประเทศก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง เตรียมจัดทำ "แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ" สร้างฐานข้อมูลแหล่งเดียวกันให้นำไปใช้งานได้สอดคล้องกัน เร่งปรับเปลี่ยนนโยบาย กฎระเบียบ และการบริการให้ทันต่อเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร เตรียมแผนรองรับแรงงานกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ให้ใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รักษาศักยภาพของบุคลากรและป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจระยะยาว
ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และความนิยมไทย
- วัฒนธรรม
รมว.วัฒนธรรม ชาดา เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 วันที่ 12 - 23 พ.ค. มีภาพยนตร์ไทยได้รับคัดเลือกเข้าฉาย 2 เรื่อง ได้แก่
- ภาพยนตร์ "9 วัดสู่สวรรค์" เข้าฉายในสาย Directors' Fortnight
- ภาพยนตร์สั้น "หาอะไร?" เข้าฉายในสาย Critics' Week และดำเนินกิจกรรมสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ
- กิจกรรม A Sit-down Lunch Talk
- กิจกรรม Producer Networking - Thai Cinema Showcase Cannes 2026
- สนับสนุนผู้กำกับภาพยนตร์สั้นเข้าร่วมโครงการ Cinema de Demain
- กิจกรรม Thai Pitching
พร้อมทั้งร่วมกับหน่วยงานเอกชนสนับสนุนนักแสดงเข้าร่วมกิจกรรมเดินพรมแดงและพิธีเปิดคูหาประเทศไทย และในระยะต่อไปจะผลักดันมาตรการจูงใจด้านการลงทุน พัฒนาบุคลากร และสร้างเทศกาลภาพยนตร์ระดับนานาชาติของไทย
- สาธารณสุข
รมว.สาธารณสุข พัฒนา ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ เยี่ยมชมโรงงานสารสกัดสมุนไพร กระตุ้นให้ต่ำและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สธ. ได้นำ "อภัยภูเบศรโมเดล" และแนวคิด "From Bedside to Policy" มาขับเคลื่อนนโยบายด้านสมุนไพร มีผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง ได้แก่
- สมุนไพรกระดูกไก่ดำ (รูปแบบสเปรย์บรรเทาปวดกล้ามเนื้อ) ยอดจำหน่ายกว่า 1.7 แสนขวดต่อปี
- ตำรับกลีบบัวแดง (ช่วยการนอนหลับ ลดเครียด)
ตั้งเป้าผลักดัน "Thai Herbal Wellness" หากขับเคลื่อนเป็นระบบสามารถทดแทนยาแผนปัจจุบันได้มากกว่า 1,300 ล้านบาทต่อปี ลดการนำเข้ายามากกว่า 650 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรกว่า 300 ล้านบาทต่อปี พัฒนา "Thai Wisdom Wellness Model" สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
ยกระดับบริการสุขภาพของคนไทย
- สาธารณสุข
- นายกฯ อนุทิน และ รมว.สาธารณสุข พัฒนา ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ภายหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ ปัจจุบันไทยยังไม่พบการระบาดและมีความเสี่ยงต่ำ ทั้งนี้ สั่งการเพิ่มการเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ประสานข้อมูลกับสายการบิน ท่าเรือ และแจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขคัดกรองผู้มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ เห็นชอบให้ศึกษาความเหมาะสมให้โรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พร้อมประเมินความเสี่ยง และเตรียมระบบตอบโต้ ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่อับอากาศที่มีหนูอาศัย หากต้องทำความสะอาดให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นแทนการกวาดหรือดูดฝุ่นเพื่อลดการฟุ้งกระจาย
- รมว.สาธารณสุข พัฒนา ประชุมติดตามการดำเนินงานสาธารณสุขและการจัดบริการสุขภาพกลุ่มประชากรต่างชาติในพื้นที่ชายแดนไทย - เมียนมา สั่งติดตาม 4 ประเด็น ได้แก่
- ระบบไฟฟ้าและสารสนเทศ (IT) สนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์และพัฒนาระบบเบิกจ่ายเงินหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การปฏิรูปการบริหารการคลัง แยกบัญชีค่าใช้จ่ายระหว่างคนไทยและต่างด้าวให้ชัดเจน
- การตั้งงบประมาณช่วยเหลือจากส่วนกลางร่วมกับเขตราซการ 50 ล้านบาท และจัดตั้งกองทุนสาธารณสุขชายแดน เพื่อรับภาระช่วยเหลือจากนานาชาติ
- การร่วมมือกับฝ่ายปกครองและฝ่ายกฎหมายในการจัดระเบียบการข้ามฝั่งมารับการรักษา และคัดกรองกลุ่มต่างด้าวที่มีกำลังจ่ายเพื่อจัดเก็บค่าบริการตามจริง
การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของประชาชน
- แรงงาน
รมว.แรงงาน จุลพันธ์ มอบนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้ มอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการดูแลผู้ใช้แรงงานกว่า 24 ล้านคน ภายใต้หลักการทำงานแบบไตรภาคี (ลูกจ้าง นายจ้าง และภาครัฐ) มีนโยบายสำคัญที่เร่งผลักดัน ได้แก่
- การปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพใหม่ (สูตร CARE) ให้สอดคล้องกับค่าจ้างตลอดช่วงอายุการทำงาน
- การปฏิรูปโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมให้มีความทันสมัย โปร่งใส และบริหารงานอย่างมืออาชีพ
- การแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายความคุ้มครองสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐานไปยังแรงงานนอกระบบและแรงงานแพลตฟอร์ม
- การเสริมสร้างเสถียรภาพกองทุนและธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน
การสร้างมาตรฐานสินค้าและคุ้มครองผู้บริโภค
- สำนักนายกฯ
รมต.นร. ศุภมาส ประชุมมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค ยกระดับความเชื่อมั่นการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า โดยปี 67 - 69 มีผู้ร้องทุกข์เรื่องรถยนต์ไฟฟ้า 1,348 ราย ยุติข้อพิพาทแล้ว 402 ราย ปัญหาที่พบมากที่สุด ได้แก่ ความชำรุดบกพร่อง (47.3%) ไม่คืนเงินจอง (18.2%) และปรับราคาลง (14.7%) ข้อกังวลหลักของประชาชนคือศูนย์บริการปิดตัว อุปกรณ์ชำรุด และรออะไหล่นาน สคบ. จึงมีมติดำเนินคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้ผู้บริโภคกว่า 103.1 ล้านบาท ที่ประชุมมีมติให้จัดทำ e-Book "ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า" พร้อมอธิบายสาระสำคัญ สิทธิผู้บริโภค และแนวทางการตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว ทั้งนี้ ผู้เสียหายร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 ระบบ OCPB Complaint แอปฯ OCPB Connect แอปฯ ทางรัฐ หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
- มหาดไทย
รมช.มหาดไทย พลพีร์, รมช.มหาดไทย เจเศรษฐ์, รมช.มหาดไทย วรศิษฏ์ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย ปภ. ทั้งนี้ ได้มอบแนวทางการปฏิบัติงาน เน้นยกระดับศักยภาพจากรูปแบบการตั้งรับสู่การป้องกันเชิงรุก ผ่านการใช้ข้อมูลวิเคราะห์ความเสี่ยง และจัดทำแผนเผชิญเหตุทั้งส่วนกลางและภูมิภาค พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับ อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตและความพร้อมของผู้ปฏิบัติงาน เตรียมผลักดันการแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคเพื่ออำนวยความสะดวกในการเยียวยาผู้ประสบภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์พื้นที่
การบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
ยกระดับการบริการภาครัฐให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม
- มหาดไทย
นายกฯ อนุทิน มอบนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น โดยมี รมช.มหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วม ย้ำแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรมตามกฎหมาย เน้นการปราบปรามผู้มีอิทธิพล การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การจัดการสาธารณภัย และการป้องกันอาชญากรรมรูปแบบใหม่ อาทิ การค้ามนุษย์และการหลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) นอกจากนี้ ได้เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยเฟส" ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้ทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมมอบหมายฝ่ายปกครองประสานงานร่วมกับหน่วยงานส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง กำหนดจัดประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใน 2 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและแก้ปัญหาในพื้นที่