ด้านเศรษฐกิจ
เสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
- ต่างประเทศ: นายกฯ อนุทิน หารือทวิภาคีกับนายกฯ เวียดนาม ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
- ด้านเศรษฐกิจ: กระชับความร่วมมือเพื่อดึงดูดการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเห็นควรเร่งขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ด้านการลงทุน: ขอให้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของไทยในเวียดนาม พร้อมเชิญชวนลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น เร่งทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านให้เสร็จในช่วงการเยือนไทยของประธานาธิบดีเวียดนาม
- ด้านความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง: เสนอให้ รมว.ต่างประเทศของทั้งสองประเทศหารือร่วมกันเพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางส่งเสริมการพัฒนาและความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
บริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์โลกเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
- มหาดไทย: รมช.มหาดไทย พลพีร์ พร้อมด้วย รมช.ดิจิทัลฯ แน่น บุณย์ธิดา ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี มอบนโยบายโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ที่ อ.ศรีเมืองใหม่ และเตรียมไปยัง อ.พิบูลมังสาหาร อ.สว่างวีระวงศ์ และ อ.เดชอุดม
- เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงดิจิทัลฯ และกลุ่มห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade)
- นำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 3,000 รายการ มาจำหน่ายลดราคาสูงสุด 58% ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ทุกวันศุกร์ตลอด พ.ค. 69 เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชนและรับมือกับวิกฤตพลังงานจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง
ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก
- ต่างประเทศ: นายกฯ อนุทิน เข้าร่วมพิธีเปิดและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบเต็มคณะ (Plenary) ภายใต้หัวข้อ "Navigating Our Future, Together" โดยเสนอแนวทางให้อาเซียนสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 3 ด้าน ดังนี้:
- ด้านความมั่นคงทางพลังงาน: เร่งเสริมสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติ เช่น โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) การใช้ความตกลงด้านความมั่นคงปิโตรเลียมอาเซียน และเพิ่มการลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียน
- ด้านความมั่นคงทางอาหาร: ต่อยอดความร่วมมือเดิม เช่น ความตกลงการค้าข้าวไทย-สิงคโปร์ และขยายไปยังสินค้าอื่นๆ รับมือต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่สูงขึ้น พร้อมสนับสนุนบทบาทด้านความมั่นคงทางอาหาร
- การคุ้มครองคนชาติอาเซียน: เน้นย้ำการดูแลประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ยกตัวอย่างภารกิจการอพยพคนไทยจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ผ่านมา
เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก
- ต่างประเทศ: นายกฯ อนุทิน เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบไม่เป็นทางการ (Retreat Session) โดยระบุถึงความผันผวนของระเบียบโลกที่อาเซียนต้องปรับบทบาทจากการตั้งรับเป็นเชิงรุกที่คล่องตัวและมองการณ์ไกล พร้อมเสนอ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ ดังนี้:
- การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม (Regionalism): มุ่งเน้นเอกภาพและผลประโยชน์ร่วมของภูมิภาค โดยต้องพัฒนากลไกการตัดสินใจให้รวดเร็ว และบูรณาการครอบคลุมทุกมิติเพื่อให้เท่าทันต่อวิกฤต
- ความยืดหยุ่น (Resilience): รักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) ให้เป็นแกนหลักในนโยบายต่างประเทศของสมาชิก และเสริมสร้างกลไกบริหารจัดการความตึงเครียดเพื่อสร้างความไว้วางใจ
- การรักษาบทบาทที่สำคัญของอาเซียน (Relevance): รักษาสถานะหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือในระดับสากล และตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนในการยกระดับคุณภาพชีวิตและโอกาสทางเศรษฐกิจ
ด้านสังคม
ยกระดับความปลอดภัยด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
- มหาดไทย: นายกฯ อนุทิน สั่งการให้ผู้ว่าฯ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและไม่มีการละเว้นต่อผู้กระทำผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จากกรณีนักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์
- ให้หน่วยงานฝ่ายปกครอง ความมั่นคง และการท่องเที่ยว สร้างความเข้าใจด้านวัฒนธรรมและบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น
- ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี บูรณาการตรวจสอบและปราบปรามชาวต่างชาติที่ใช้พาสปอร์ตนักท่องเที่ยวลักลอบประกอบอาชีพและพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเกาะพะงัน เกาะสมุย และเกาะเต่า
- ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ดำเนินมาตรการไม่ยอมผ่อนปรน (Zero Tolerance) หากพบการกระทำผิดร้ายแรงจะถูกเพิกถอนสิทธิการพำนักในราชอาณาจักร และกรณีขับขี่ยานพาหนะไม่มีใบอนุญาตจะถูกส่งฟ้องศาลโดยไม่มีข้อยกเว้น
เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
- ศึกษาธิการ: รมว.ศึกษาธิการ ประเสริฐ ต้อนรับเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย หารือการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างกัน โดย รมว.ศธ. ระบุนโยบาย "คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก" และ "ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกแห่งความจริง"
- เน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม นวัตกรรม และ AI)
- พร้อมขยายความร่วมมือกับรัสเซีย เพื่อต่อยอดความร่วมมือในโอกาสครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี พ.ศ. 2570
การสร้างมาตรฐานสินค้าและคุ้มครองผู้บริโภค
- สำนักนายกฯ:
- รมต.นร.ศุภมาส เผยความคืบหน้ากรณีตรวจสอบปลากระป๋องไม่ได้มาตรฐาน พบโรงงานเข้าข่ายกระทำผิดเพิ่มเติม โดย 3 หน่วยงาน (สคบ., จังหวัด และอุตสาหกรรมจังหวัด) เข้าตรวจสอบโรงงานต้นทางที่ จ.สมุทรสงคราม หากผิดจริงตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี หรือปรับ 5,000 - 100,000 บาท พร้อมสั่งหยุดกิจการชั่วคราว
- ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในนโยบายเร่งด่วน โดยประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166, อย. 1556 หรือแอปฯ OCPB Connect
- หารือร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อคุมมาตรฐานสินค้า และสั่งระงับการจำหน่าย กระติกน้ำยี่ห้อ Thermos รุ่น SK3000 และ SK3020 เนื่องจากพบความเสี่ยงจากแรงดันสะสมภายในจนเกิดระเบิดได้ แจ้งให้ประชาชนหยุดใช้งานทันที
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
ผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
- ทรัพยากรธรรมชาติฯ: รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นประธานพิธีประกาศเจตนารมณ์และลงนาม MOU โครงการ "รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน : AXTRA Circular Impacts"
- ร่วมกับกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP), ซีพี แอ็กซ์ตร้า และพันธมิตรกว่า 20 แห่ง
- มุ่งเน้นการจัดการพลาสติกภายใต้แนวคิด "Circular Retail" (เศรษฐกิจหมุนเวียน) ด้วยกลยุทธ์ 5R (Re-educate, Reduce, Recycle, Replace และ Reinvent) เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
- คมนาคม: รมช.คมนาคม สรรเพชญ ลงพื้นที่ จ.พัทลุง ติดตามโครงการขุดลอกร่องน้ำคลองยวนและคลองหลังป่า (ระยะเวลา 120 วัน)
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่
- สั่งการให้เร่งกำจัดวัชพืชที่ปกคลุมหนาแน่นในคลองระยะทางประมาณ 4 กม. ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลา