ด้านเศรษฐกิจ
เน้นการบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์โลกเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ:
- โครงการ "ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ": นายกฯ อนุทิน ขับเคลื่อนมาตรการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกผ่านอำเภอกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ มีรายงานการลดค่าใช้จ่ายประชาชนได้ถึง 273,149 บาท ในกิจกรรมที่จังหวัดสุรินทร์
- การสร้างโอกาสด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา (IP):
- มิติที่ 1: เสริมแกร่งโอกาสค้าขาย สนับสนุนการใช้สิทธิบัตร/GI และจัดงาน IP Fair (27-29 ส.ค. 69)
- มิติที่ 2: พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมด้วยบริการ Fast Track จดสิทธิบัตรด้านการแพทย์ อาหาร และสิ่งแวดล้อม
- มิติที่ 3: เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร/ท่องเที่ยว ยกระดับสินค้า GI สู่ระดับมูลค่าสูง
- มิติที่ 4: ผลักดันโครงการ IP Finance Thailand เพื่อให้ SME และ Startup เข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกัน
ต่างประเทศและความมั่นคง
เน้นการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ:
- ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์: นายกฯ สั่งการเชิงรุก อายัดทรัพย์สินคนร้ายรวมกว่า 20,000 ล้านบาท และทลายแหล่งกบดานบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีการบังคับใช้แรงงานกว่า 10,000 คน
- ความร่วมมือระหว่างประเทศ: รัฐบาลยกระดับสถานะการค้ามนุษย์เข้าสู่ Tier 2 และเตรียมเปิดตัวระบบ "SHIELD" ในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศสมาชิกมากกว่า 10 ประเทศ
การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ (ด้านแรงงาน):
- การจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย: รมว.แรงงาน (คุณพิพัฒน์) สั่งการจับกุมผู้ต้องหา 9 รายที่สถานรับเลี้ยงเด็กใน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
- มาตรการเชิงรุก: สั่งการ "ปูพรม" ตรวจสอบทั่วประเทศ เข้มงวดการออกใบอนุญาต และมีโทษปรับสูง (5,000 - 50,000 บาท สำหรับแรงงาน และสูงสุด 100,000 บาท/คนงาน สำหรับนายจ้าง) รวมถึงโทษจำคุกและการห้ามจ้างงาน 3 ปี
การส่งเสริมบทบาทและผลประโยชน์ของชาติในเวทีระหว่างประเทศ
ด้านสาธารณสุข:
- การคัดเลือกผู้อำนวยการใหญ่ WHO: รมว.สาธารณสุข พัฒนาความคืบหน้าการส่งตัวแทนไทยเข้าชิงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยมีการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติเข้มข้น 9 ด้าน เช่น ประสบการณ์ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ, ทักษะผู้นำ, และความเข้าใจในวัฒนธรรมการเมืองโลก
ด้านสังคม
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์:
- การขับเคลื่อนระบบขนส่งทางราง: รมว.คมนาคม (คุณสุริยะ) ผลักดันมาตรการภายหลัง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ โดยเน้น 3 มิติเชิงรุก:
- ลดภาระค่าครองชีพ: กำหนดเพดานค่าโดยสาร, ยกเว้นค่าแรกเข้าเมื่อเปลี่ยนสาย และให้สิทธิประโยชน์กลุ่มเปราะบาง
- ความปลอดภัย: กำหนดเขตระบบและเขตปลอดภัย ควบคุมมาตรฐานโครงสร้างและตัวรถ รวมถึงการทำประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสาร
- พัฒนาโครงข่ายและบริการ: เร่งโครงการรถไฟฟ้าเขตเมืองและรถไฟทางคู่ พร้อมเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมให้บริการเพื่อเพิ่มการแข่งขัน
การยกระดับคุณภาพและดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา:
- กระทรวงศึกษาธิการ: รมช.ศึกษาธิการ (คุณอัครนันท์) ลงพื้นที่ จ.ลพบุรี เพื่อติดตามกรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน (เมื่อปี 2567) และได้กำหนด 3 มาตรการเด็ดขาด ดังนี้:
- เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู "ตลอดชีวิต" สำหรับผู้กระทำผิด
- สั่งให้โรงเรียนดูแลเยียวยาเด็กอย่างเต็มที่ พร้อมคาดโทษโรงเรียนหากละเลย อาจถึงขั้นพักหรือปิดโรงเรียน
- สรุปแนวทางเยียวยาครอบครัว ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์
- การดูแลสภาพจิตใจ: ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่งทีมอินักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์เข้าดูแลสภาพจิตใจผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด และกำชับให้ทุกโรงเรียนมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด