เมื่ออาชีพทำมาในปัจจุบัน ไม่ค่อยตอบโจทย์กับรายได้มากนัก จึงมีชาวนาคนหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง ลองแบ่งพื้นที่ 6 ไร่ จากที่เคยทำนา 36 ไร่ มาทดลองปลูกพืชหมุนเวียน นั่นคือ ผักชีและถั่วแระ วันนี้เราไปลุยพื้นที่เกษตรใกล้คลองลำท่าแดง เขต อ.เมือง จ.อ่างทอง เพื่อพบกับเจ้าของแปลงนาที่มีแนวคิดปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชหมุนเวียน คนนี้ เขาชื่อ‘ลุงทิน’ หรือ นายประทิน สิงห์อุดร วัย 62 ปี ชาวตำบลศาลาแดง เพื่อสอบถามแนวคิด ’ลุงทิน‘ เล่าให้ฟังว่า ทำนามานานกว่า 10 ปี รวม 36 ไร่ ระยะหลังหลังปัจจัยการผลิตค่อนข้างสูง ราคาขายข้าวไม่ค่อยดีจึงมีแนวคิดที่จะทดลองปลูกพืชหมุนเวียน กระทั่งปีนี้(2569) สถานการณ์ราคาน้ำมันปรับสูง ‘ลูกชาย’ จึงแนะนำว่า ’พ่อ‘ ควรจะปลูกพืชผักอย่างอื่นแทนการปลูกข้าวจะดีกว่า ‘ลุงทิน’ จึงปรึกษาเพื่อนในพื้นที่กาญจนบุรี และได้รับคำแนะนำว่า ให้ปลูกผักชี เพราะไม่ต้องลงทุนตลอดทั้งปี เพียงแค่ลงทุนครั้งแรกเท่านั้นการดูแลไม่ยุ่งยาก ปัจจัยการผลิตที่เป็นสารเคมี ก็แทบไม่ต้องใช้ เพราะสามารถใช้เกษตรทางธรรมชาติมาผสมผสานได้
ตัวเองจึงลองแบ่งพื้นที่ 3 ไร่ มาปลูกผักชี ตอนนี้ลงทุนระบบน้ำไปแล้วหลักหมื่นบาท แม้จะเป็นต้นทุนครั้งแรกที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับระยะยาวถือว่าคุ้ม เพราะตัวเองปลูกผักชี ได้รับคำแนะนำจากเกษตรจังหวัดอ่างทอง ว่า ควรจะแบ่งเป็นรอบ เช่น 1 ไร่ หยอดเมล็ดพันธุ์ครั้งแรก เว้นไปอีก 15 วันหยอดในแปลงที่ 2 อีกหนึ่งไร่ เว้นไปอีก 15 วันหยอดในแปลงที่ 3 เมื่อผักเจริญเติบโตจะให้ผลผลิตไม่พร้อมกัน สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะหน้าแล้วผักชีราคาจะสูงมาก ‘ตนเองจึงมองว่า นี่เป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อให้อยู่รอด และหากได้ผลดีสามารถเข้ามาดูหรือศึกษาวิธีการได้ แต่สิ่งสำคัญ คือ หากใครจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกจะต้องเปิดใจรับในสิ่งใหม่ใหม่ก่อน’ ลุงทิน กล่าว นายสุรพงษ์ เนตรพระ เกษตรจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำหรับเกษตรกรที่ลองปรับเปลี่ยนตัวเองมาปลูกพืชทดแทนสลับกับการทำนา ทางเกษตรจังหวัดฯ ได้มอบหมายให้เกษตรตำบล ติดตามและให้คำแนะนำกับ ’ลุงประทิน‘ อย่างใกล้ชิด
ยังทราบว่า ‘ลุงประทิน’ ยังใช้วิธีทางธรรมชาติ สำหรับการบำรุงดิน นั่นคือ ใช้มูลสัตว์ผสมพร้อมกับใช้ฟางข้าวปกคลุมดิน เพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งถือเป็นการทำเกษตรดั้งเดิม ลดการใช้สารเคมีและลดต้นทุน เพราะทุกอย่างหาได้จากในพื้นที่
นอกจากนี้ เกษตรจังหวัดฯ ยังได้แนะนำให้ใช้ ‘ไตรโครเดอม่า’ คือ เชื้อราชนิดหนึ่งที่ดำรงชีวิตอยู่ในดิน อาศัยเศษซากอินทรีย์วัตถุเป็นอาหาร โดยไม่มีอันตรายกับพืช คน สัตว์และแมลง
มีคุณสมบัติในการควบคุมและทำลายเชื้อราสาเหตุโรคพืชทางดิน จึงทำให้พืชมีระบบรากที่สมบูรณ์ แข็งแรง หาอาหารได้มาก ต้นพืชจึงสมบูรณ์ให้ผลผลิตสูง และคุณภาพดี
ด้าน นางวินดา เหลี่ยมสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง บอกว่า หากประสบความสำเร็จสำหรับการปรับเปลี่ยนอาชีพทางการเกษตร จะใช้เป็นแปลงแนะนำให้ชาวนาในจังหวัดอ่างทองที่สนใจ มาเรียนรู้และนำไปปรับใช้ เพราะการปรับเปลี่ยนปลูกพืชหมุนเวียน จะมีรายได้ดีกว่าการทำนาเพียงอย่างเดียว ซึ่งเหมาะมากสำหรับพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดอ่างทอง
#อ่างทอง
#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี
เลขที่ 151 หมู่ 13 ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์ 034-600156
Email: tv11kanchanaburi@gmail.com
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2564 สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี
(NBT Central)
Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies
รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+
