“…พระสงฆ์ทั้งหลายซึ่งเป็นสาวกของสมเด็จพระบรมครู ล้วนแล้วแต่มีหน้าที่เผยแผ่พระสัทธรรม หน้าที่นี้เองทำให้พระสงฆ์ทั้งหลายมีหน้าที่เป็นครูอยู่ด้วย ไม่อาจแยกหน้าที่ของพระสงฆ์กับหน้าที่ของครูจากกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านเมืองไทยของเรานี้ หน้าที่ของพระสงฆ์หาใช่จะมีแต่หน้าที่ในการสั่งสอนเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาเท่านั้น หากแต่ยังมีหน้าที่เป็นครูสอน ให้ความรู้ในวิชาต่าง ๆ แก่ประชาชน ดังเช่นในโบราณกาล กุลบุตรย่อมมีโอกาสได้รับการศึกษาอักขรสมัยและสรรพวิทยาในวัด โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้สอน แม้โรงเรียนในยุคเริ่มแรกแห่งการจัดตั้งโรงเรียนแบบสากลในสยาม ก็มักมีที่ตั้งเริ่มแรกในพระอารามต่าง ๆ โดยที่สุด แม้แต่การอุปสมบทในพระพุทธศาสนาอันนับว่าเป็นเขตขั้นการศึกษาอย่างสูงของชายไทย ยังเรียกว่า การบวชเรียน ความในข้อนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า พระสงฆ์มีหน้าที่เป็นครูผู้ให้การศึกษา และวัดเป็นสถานที่แห่งการศึกษาตลอดมา…”
- พระสัมโมทนียกถา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานในวาระที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเฝ้าทูลถวาย ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิติมหาสีมาราม วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๕
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอัธยาศัยโปรดการศึกษาเล่าเรียนทั้งทางธรรมคดีและโลกคดีรอบด้าน ทรงวางพระองค์เป็นพระภิกษุที่ใฝ่รู้ตามจารีตเดิมคือ การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและแผนกบาลีด้วยพระวิริยภาพ จนทรงสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม ๖ ประโยค และทรงศึกษาความรู้สมัยใหม่คือ การเข้าศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัย จนทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาสาขาศาสนศาสตรบัณฑิต และระดับปริญญามหาบัณฑิต ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี จาก มหาวิทยาลัยพาราณสี สาธารณรัฐอินเดีย ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ทรงสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศ
ด้วยเหตุที่ทรงตระหนักในหน้าที่ “ศาสนทายาท” ของสงฆ์ ดังพระสัมโมทนียกถาที่ยกมาแล้วข้างต้นนี้ จึงทรงเข้าอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ครั้งนั้นทรงเรียนพิเศษด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษกับอาจารย์ชาวต่างชาติเพิ่มเติม เพื่อจะสามารถตรัสภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นประโยชน์ต่อการแผยแผ่ธรรมะไปสู่ประชาชนทุกหมู่เหล่า และทรงเป็นพระธรรมทูตรุ่นแรกผู้วางรากฐานการเผยแผ่พระบวรพุทธศาสนาในต่างแดนของคณะสงฆ์ไทย ทรงรับเป็นที่ปรึกษาสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) คอยให้คำแนะนำแก่คณะธรรมทูต
นับแต่แรกอุปสมบทตราบจนปัจจุบัน เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับเป็นอาจารย์สอนพระธรรมวินัยแก่พระภิกษุสามเณรในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานความรู้ในวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรมและวิชาพระวินัยแก่พระนวกะ และทรงส่งเสริมให้ภิกษุสามเณรในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเล่าเรียนความรู้แขนงต่าง ๆ ที่สนใจเพิ่มเติมได้ตามประสงค์ อีกทั้งทรงเป็นประธานศูนย์ธรรมศึกษาในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามอีกด้วย
นอกจากนี้ ทรงเป็นต้นดำริและเป็นประธานอำนวยการจัดพิมพ์หนังสือวิชาการเกี่ยวกับพระอาราม เพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้า และโปรดให้จัดหนังสือที่พระอารามจัดพิมพ์เหล่านั้นเพื่อประธานแก่ห้องสมุดของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนวัดราชบพิธ ประทานพระกรุณาแก่โรงเรียนในวาระต่าง ๆ เป็นเอนกประการ เช่น เมื่อครั้งทรงเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา ในพุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้โปรดให้นำจตุปัจจัยที่มีผู้ถวายในวาระนั้นทั้งหมดประทานแก่โรงเรียนเพื่อจัดสร้างอาคารเรียนหลังใหม่และปรับปรุงแหล่งเรียนรู้
ในส่วนการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ทรงเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ทรงสอนวิชาไวยากรณ์ภาษาไทยและวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษในเริ่มแรก ต่อมาภายหลังเมื่อทรงเป็นมหาบัณฑิต ได้ทรงสอนวิชาประวัติศาสตร์และโบราณคดีเพิ่มเติม เป็นเวลากว่า ๒ ทศวรรษ และทรงรับตำแหน่งหัวหน้ากองวิชาการ สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งเทียบเท่าตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ต่อมาทรงรับเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย นับแต่พุทธศักราช ๒๕๕๔ จนปัจจุบัน ได้ประทานพระนโยบายเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยหลายประการ เช่น โปรดให้ฟื้นฟูการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้เข้มข้น เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิชาการได้กว้างขวางในระดับสากลยิ่งขึ้น โปรดให้รวบรวมกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย อันเป็นประโยชน์ในการพัฒนามหาวิทยาลัย เป็นต้น ทั้งนี้ ทรงเป็นกรรมการสนามหลวงแผนกธรรมและแผนกบาลี รวมทั้งกรรมการจัดการสอบนักธรรมและธรรมศึกษาสนามหลวงอีกด้วย
อนึ่ง พระองค์ได้ทรงพระนิพนธ์บทความ พระธรรมเทศนา พระคติธรรม พระโอวาท พระสัมโมทนียกถา พระสังเวชนียธรรมพระปรารภและพระดำรัส ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อทรงแสดงและประทานในวาระต่าง ๆ นับเป็นจำนวนหน้ากระดาษได้กว่าพันหน้า ครั้งสำคัญคือ ทรงเป็นผู้ตรวจแก้ไขร่างพระดำรัสทูลถวาย และเป็นผู้แทนคณะสงฆ์ไทย เชิญพระดำรัสภาษาอังกฤษของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (สุวฑฺฒนมหาเถร) ไปแสดงต่อที่ประชุมใหญ่ เตรียมการจัดงานวิสาขบูชาโลก ณ องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๗ ตลอดจนประทานอรรถาธิบายข้อธรรมทั้งโดยตรงและโดยเปรียบเทียบประยุกต์เข้ากับศาสนธรรมอื่น ๆ แก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่มาเฝ้ารับประทานพระกรุณาอยู่เนืองนิตย์
พระปรีชาสามารถ พระกรณียกิจ และพระคุณูปการต่อภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม โดยเฉพาะแวดวงการศึกษา จึงมิได้ปรากฏเป็นพระเกียรติในวงวิชาการ ดังเช่นที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้ขอประทานถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังปรากฏเป็นพระจริยวัตรแห่งความเป็น “ครู” แก่สาธุชนทั้งชาวไทยและชาวโลกเสมอมา
ร่วมน้อมถวายสักการะและเรียนรู้รอยทางธรรมในซีรีส์พิเศษชุด "๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช" พบกัน ทุกวันศุกร์ ณ เพจ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช
#วัดราชบพิธ #ธรรมะจากพระนาม