ด้านเศรษฐกิจ
เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณในภาพรวม
- คลัง:
นายกฯ อนุทิน ประชุมพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจหลัก ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ 3,788,000 ล้านบาท (เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือ 0.2%) ทั้งนี้ กำชับให้ยึดหลักงบประมาณฐานศูนย์ ตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส ให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณานำเงินนอกงบมาใช้เป็นลำดับแรก หรือใช้การร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ลดภาระงบประมาณ กำหนดหลักเกณฑ์ขอรับงบประมาณเพิ่มต้องไม่เกิน 20% ของปีที่ผ่านมาและต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น สำนักงบฯ จะเสนอ ครม. พิจารณาในวันที่ 28 เม.ย. นี้
รักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลังและดึงดูดการลงทุน
- คลัง:
นายกฯ อนุทิน แสดงความยินดีกรณี Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยจากเชิงลบ เป็นมีเสถียรภาพ คงอันดับที่ระดับ Baa1 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายและเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลไทย กลับเข้าสู่ 25 อันดับแรกของโลกในดัชนีความเชื่อมั่นด้านการลงทุนตรงจากต่างประเทศได้อีกครั้ง เป็นผลมาจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนอย่างเป็นระบบ อาทิ Thailand Fast Pass และการขยายสิทธิประโยชน์ของ BOI ในอุตสาหกรรม Data Center ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด ตลอดจนฐานะการเงินระหว่างประเทศที่เข้มแข็ง และระดับหนี้ภาครัฐที่บริหารจัดการได้ ภายใต้การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน
ด้านต่างประเทศและความมั่นคง
ส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีโลกและคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ
- มหาดไทย:
นายกฯ อนุทิน มอบให้หน่วยงานความมั่นคงยกระดับการดูแลความปลอดภัยประชาชนตามแนวชายแดน โดย ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าฯ จ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย ยกระดับความเข้มข้นดูแลพื้นที่ 5 ด้าน รองรับสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาที่มีความรุนแรงขึ้น ดังนี้
- บูรณาการหน่วยงานฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจในช่องทางธรรมชาติ พร้อมซักซ้อมแผนเผิญเหตุฉุกเฉิน
- แจ้งเตือนประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงให้หลีกเลี่ยงแนวชายแดน และเตรียมแผนอพยพพร้อมจุดพักพิงชั่วคราวให้พร้อมใช้งาน
- เพิ่มความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยในชุมชน โรงเรียน และสถานพยาบาล
- บริหารข้อมูลข่าวสาร ลดความตื่นตระหนกและป้องกันข่าวปลอม
- เฝ้าระวังการข้ามแดนผิดกฎหมาย และการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายทุกประเภท
- ต่างประเทศ:
รมว.ต่างประเทศ สีหศักดิ์ เยือนเมียนมาและเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ณ กรุงเนปิดอว์ หารือและขยายความร่วมมือมิติด้านความมั่นคงชายแดน การค้าชายแดน การลงทุน ความมั่นคงทางพลังงาน และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ยกระดับการแก้ไขปัญหาข้ามแดนที่สำคัญ ได้แก่ ยาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ หมอกควันข้ามแดน และมลพิษในแม่น้ำ พร้อมย้ำบทบาทของไทยในการเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียน เพื่อสนับสนุนให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาคเมียนมาต่อไป
ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ส่งเสริมบทบาทของไทยในเวทีโลกและคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ
- กลาโหม:
รมว.กลาโหม พล.ท. อดุลย์ และ รมว.วัฒนธรรม ชาติชาย ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ขับเคลื่อนนโยบายบูรณาการความมั่นคงและวัฒนธรรม โดยร่วมพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนในวาระครบรอบ 15 ปี เหตุปะทะชายแดนปี 2554 และ 2568 ณ ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก ด้านความมั่นคง ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการเนิน 350 และติดตามนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิต “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ในพื้นที่ชายแดน ด้านภารกิจวัฒนธรรม เตรียมดำเนินโครงการบูรณะปราสาทตาควาย ซึ่งได้เสนอของบประมาณแล้ว โดยจะเริ่มสำรวจในปี 2570 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี มีแผนสำรวจโบราณสถานตามแนวชายแดนอีกกว่า 30 แห่ง เพื่อขึ้นทะเบียนและผลักดันพื้นที่ตำบลบักไดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
- ดิจิทัลฯ:
รมว.ดิจิทัลฯ ไชยชนก พร้อมด้วย รมช. ดิจิทัลฯ แนน บุณย์ธิดา ให้การต้อนรับ ผู้อำนวยการนโยบายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และกรรมการคณะกรรมการบริหาร World Economic Forum ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ณ อาคารรัฐสภา ทั้งสองฝ่ายหารือร่วมกันเกี่ยวกับการเตรียมการจัดงาน World Economic Forum's 17th Annual Meeting of the New Champions เวทีระดับโลก สำหรับวัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการส่งเสริมด้านดิจิทัลในมิติต่าง ๆ มีกำหนดจัดขึ้น 23 - 25 มิ.ย. นี้ ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน
ด้านสังคม
ยกระดับบริการสุขภาพของคนไทย
- พัฒนาสังคมฯ:
รมว.พัฒนาสังคมฯ นิกร มอบนโยบายขับเคลื่อนภารกิจ 8 ด้าน รับมือสังคมสูงวัยและยอดร้องเรียนสายด่วน 1300 กว่า 180,000 กรณีต่อปี ประกอบด้วย
- ใช้ Social Map และสมุดพก MSO - Logbook เชื่อมข้อมูลสิทธิ
- เพิ่มเบี้ยเด็กเล็กถ้วนหน้า
- ตั้ง "ทีมสร้างสุข" เคลื่อนที่เร็วช่วยครอบครัว
- ตั้ง "ศูนย์สร้างสุข" ครบทุกอำเภอ
- ทำโครงการ "บ้านเพื่อคนไทย" ตามหลัก Universal Design
- ดัน "1 ตำบล 1 ผู้บริบาล" สร้างอาชีพคนพิการ/ผู้สูงอายุ
- แก้หนี้ผ่านสถานธนานุเคราะห์และกองทุนต่าง ๆ
- ปรับปรุงกฎหมายเป็นรัฐสนับสนุนเข้าถึงง่าย
เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
- ศึกษาธิการ:
รมว.ศึกษาธิการ ประเสริฐ ประชุมหารือการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ร่วมกับสำนักงบประมาณ พิจารณากรอบวงเงินรวมกว่า 450,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามกรอบการขอเพิ่มงบประมาณไม่เกิน 20% จากปี 69 บูรณาการนโยบายหลัก 5 ด้านของกระทรวง คือ
- ลดภาระงานครู
- ลดความเหลื่อมล้ำ
- พัฒนาการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ
- สร้างโรงเรียนปลอดภัย
- แก้ไข พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
ด้านสังคม
เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
- สำนักนายกฯ:
รมต.นร.ภราดร ให้การต้อนรับและให้โอวาทแก่คณะยุวชนประชาธิปไตย 200 คน จากทั่วประเทศ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานทำเนียบรัฐบาล เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารและการบริหารราชการแผ่นดิน ชี้ให้เห็นว่าทำเนียบฯ คือ ศูนย์กลางการปฏิบัติภารกิจสำคัญ ทั้งการประชุม ครม. รัฐพิธี และการต้อนรับผู้นำต่างประเทศ พร้อมให้ข้อคิดแก่เยาวชนในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและสะสมประสบการณ์จากการทำงานเป็นทีม เพื่อเป็นพื้นฐานสู่ความสำเร็จต่อไปในอนาคต
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
บริหารจัดการและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
- มหาดไทย:
นายกฯ อนุทิน ประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าฯ จังหวัดทั่วประเทศ และผู้ว่าฯ กทม. สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
- การจัดการ PM2.5 และไฟป่า: ให้ผู้ว่าฯ จังหวัดเป็น “Single Command” บริหารจัดการเบ็ดเสร็จ บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดกับผู้เผาป่า บูรณาการข้อมูล Hotspot ร่วมกับกระทรวง อว. และกระทรวงดิจิทัลฯ รวมถึงประสานกระทรวงพาณิชย์ใช้ระบบ Gistda ตรวจสอบพื้นที่เกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน หากพบการเผาจะไม่อนุญาตให้นำเข้าผลผลิต
- เศรษฐกิจ: สั่งการให้จังหวัดเตรียมพร้อมรับลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และบัตรสวัสดิการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
- การบริหารงบประมาณปี 2570: กำชับใช้หลัก “Zero-Based Budgeting” เน้นความคุ้มค่า ตัดงบศึกษาดูงานและอาคารขนาดใหญ่ ให้เปลี่ยนไปใช้การเช่าและใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แทน
- รับมือภัยพิบัติและพลังงาน: เตรียมพร้อมรับมือวาตภัย ให้รัฐวิสาหกิจ (ไฟฟ้า/ประปา) ช่วยเหลือประชาชนทันทีในรูปแบบ CSR โดยไม่เน้นผลกำไร วางมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
- พื้นที่ชายแดนภาคใต้: เน้นหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” บูรณาการงานความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสื่อสารสร้างสรรค์
การบริการภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
ปฏิรูปกฎหมายและระเบียบภาครัฐให้ทันสมัย ยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงาน
- คมนาคม:
รมว.คมนาคม พิพัฒน์ ประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของกระทรวงคมนาคม ครั้งที่ 1/2569 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับปรุงโครงสร้างภายในสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ในรูปแบบการปรับจัดโครงสร้างใหม่ไม่มีการเพิ่มจำนวนคนในภาพรวม เพื่อบูรณาการภารกิจด้านความปลอดภัยและการสอบสวนอุบัติเหตุทุกระบบขนส่ง ยกระดับสำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ของอากาศยานเป็น “ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง” เป็นหน่วยงานแทนกลางที่มีความเป็นอิสระและมีเอกภาพในการวิเคราะห์หาสาเหตุตามมาตรฐานสากล ลดความซ้ำซ้อนการใช้ทรัพยากร งบประมาณ และเตรียมยกร่างกฎกระทรวงเพื่อให้ศูนย์ฯ เริ่มปฏิบัติงานยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศโดยเร็ว
การบริการภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
ปฏิรูปกฎหมายและระเบียบภาครัฐให้ทันสมัย ยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงาน
- สำนักนายกฯ:
รองนายกฯ ทรงศักดิ์ มอบนโยบายการบริหารราชการและแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญแก่คณะผู้บริหารสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ โดยปลัดสำนักนายกฯ นำเสนอข้อมูลการดำเนินงานในภาพรวมและแนวทางการทำงานในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านการบริหารราชการ การประสานงานเชิงนโยบาย และการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล เพื่อให้มีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยจะนำข้อสั่งการไปประกอบการพิจารณา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป