ด้านสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายกฯ อนุทิน ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ย้ำถึงความพร้อมในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
- กำชับให้คณะรัฐมนตรีถือว่า "เป็นคณะรัฐมนตรีของประชาชนคนไทย" ทำงานด้วยความรัก ความสามัคคี เพื่อพาประเทศพ้นอุปสรรค
- นโยบาย Work From Home: สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามมติการทำงานจากที่บ้าน หรือจากทุกที่ (Work From Anywhere) อย่างจริงจัง เพื่อเป็นแบบอย่างแก่เอกชน
- สั่งการกระทรวงสาธารณสุขให้เตรียมความพร้อมรับมือปัญหาการขนส่งและขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ยา โดยสนับสนุนการใช้ยาที่ผลิตในไทย
ด้านพลังงาน
- ออกมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- แนวทางดำเนินการ 3 ข้อหลัก:
- ปรับลดงบประมาณภาครัฐเพื่อนำมาช่วยเหลือน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอันดับแรก
- ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน (น้ำมันและไฟฟ้า) ให้สะท้อนความเป็นจริงเพื่อช่วยประชาชนโดยเร็วที่สุด
- จัดมาตรการช่วยเหลือ เช่น โครงการคนละครั้งพลังงาน และการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรและ SMEs
ด้านกลาโหม
- ยกระดับมาตรการความมั่นคงทางทะเลเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงออกไปจำหน่ายต่างประเทศผิดกฎหมาย
- มอบหมายให้กองทัพเรือและศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเส้นทางลำเลียงน้ำมันทั้งทางบกและทางทะเล
ด้านการคลัง
- รมว.คลัง (เอกนัฏ) สั่งการกรมสรรพสามิตเฝ้าระวังและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงสงกรานต์ (6 - 17 เม.ย.)
- ประสานความร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันเพื่อสำรวจปริมาณน้ำมันคงคลัง ป้องกันการกักตุนสินค้า และดูแลจุดรับส่งผู้โดยสารให้มีน้ำมันเพียงพอต่อการเดินทาง
ด้านเศรษฐกิจ (พาณิชย์)
เน้นสร้างรายได้ ลดรายจ่าย และจัดการธุรกิจนอมินี:
- ปราบปรามนอมินี: รมว.พาณิชย์ (ศุภชัย) สั่งตรวจสอบนอมินีในธุรกิจล้งมะพร้าวน้ำหอมที่ จ.ราชบุรี หลังพบหลักฐานคนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ เตรียมเสนอปรับปรุง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวให้เข้มงวดขึ้น
- ช่วยเหลือเกษตรกร: เร่งหาตลาดรองรับสินค้าตกเกรด ส่งเสริมการแปรรูป และขยายตลาดไปยุโรปเพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีน
- รักษาภาพลักษณ์: กำชับให้กวาดล้าง "น้ำมะพร้าวปลอม" เพื่อรักษามาตรฐานสินค้าไทยในระดับสากล
ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5:
- มหาดไทย: นายกฯ อนุทิน สั่งการ กอปภ.ก. ยกระดับการแก้ปัญหาใน 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยใช้ข้อมูลดาวเทียมแบบเรียลไทม์จี้จุดความร้อน (Hotspot) และอนุญาตให้จังหวัดใช้งบกลางเชิงป้องกันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอประกาศเขตภัยพิบัติ
- ทรัพยากรธรรมชาติฯ: รมว.พัชรวาท สั่งเฝ้าระวัง จ.ตาก เป็นพิเศษ หลังพบจุดความร้อนสะสมสูง พร้อมสนธิกำลังกองทัพและอาสาสมัครเข้าลาดตระเวนและระงับเหตุอย่างรวดเร็ว
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
- กรมทรัพยากรน้ำเร่งระดมเครื่องจักรช่วยพื้นที่ภัยแล้งใน 4 ด้านหลัก:
- อุปโภคบริโภค: สนับสนุนน้ำสะอาดและติดตั้งเครื่องสูบน้ำใน จ.สระบุรี, จ.นครสวรรค์, จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.พังงา
- การศึกษา: พัฒนาระบบน้ำสะอาดให้โรงเรียน 8 แห่งใน จ.สุราษฎร์ธานี, จ.กระบี่ และ จ.ชุมพร
- การเกษตร: ติดตั้งเครื่องสูบน้ำใน จ.พิษณุโลก และ จ.นครราชสีมา
- สิ่งแวดล้อม: รักษาระดับน้ำในป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อป้องกันไฟป่า