🟡กปส. ขอส่งสรุปรายงาน Social Listening และการรวบรวมข่าวกรองแบบเปิด (Open Source Intelligence) ในประเด็น สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา
ประจำวันที่ 1เม.ย. 69
**รวบรวมโดย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และกรมประชาสัมพันธ์
*********************************
🎯ภายในประเทศ
📍เชิงบวก
✅ ชาวตราดรวมตัวกันมาส่ง “ผู้การธรรมนูญ” ก่อนโยกย้ายไปคุมศูนย์กู้ทุ่นฯ (นปท.ทร.) โดยส่งมอบหน้าที่ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ( ผบฉก.นย.ตราด) ให้ นาวาเอกปรัชญา โพธิย้อย โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าไม่น้อยใจ พร้อมรักษาอธิปไตยทุกที่ และตื้นตันคนไทยยอมรับ ภูมิใจที่ได้นำพื้นที่บ้านสามหลังกลับมาได้สำเร็จ โดยประชาชนชื่นชม และขออวยพรให้ผู้การธรรมนูญเติบโตก้าวหน้า
📍เชิงลบ
🔴 กรณีเพจส่องเขมรโพสต์คลิปจาก TikTok ของชาวกัมพูชาที่แสดงว่ามีการลักลอบส่งน้ำมันในทะเล โดยปรากฏภาพเรือชักธงไทยและเรืออีกลำที่มีลูกเรือชาวกัมพูชานั้น ต่อมาทั้งกลุ่มสื่อมวลชน เพจอินฟลูเอนเซอร์ และบัญชีครีเอเตอร์นำคลิปไปเผยแพร่ ทำให้ประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่พอใจและตำหนิเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพราะเชื่อว่าเป็นฝ่ายเรือไทยที่แอบลักลอบส่งน้ำมันให้เรือกัมพูชา พร้อมทั้งด่าทอนายทุนเจ้าของเรือว่าเป็นพวกขายชาติ และตำหนิกองทัพเรือ และรัฐบาลที่ไม่สามารถจัดการควบคุมการลักลอบส่งออกน้ำมัน นอกจากนี้ ความเห็นบางส่วนนำกรณีดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับการสั่งโยกย้าย น.อ. ธรรมนูญ วรรณา พ้นตำแหน่ง ผบ.ฉก.นย.ตราด โดยเชื่อว่า น.อ. ธรรมนูญ อาจไปขัดผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มในพื้นที่ชายแดน
🔴 ต่อมาโฆษก ทร. ชี้แจงว่าได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าตอนนี้ทราบว่าเรือลำดังกล่าว ได้ลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ โดยขับอ้อมแนวเขตแดนจากบริเวณบ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด ออกไปเป็นระยะทาง ประมาณ 24 ไมค์ทะเล จากนั้นได้วกเข้าน่านน้ำ ฝั่งประเทศกัมพูชา ยืนยันว่าที่ผ่านมา ทร. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยประชาชนยังคงแสดงความไม่พอใจตรวจสอบเรือทุกลำโดยเฉพาะเรือที่ไปจอดลอยลำกลางทะเลนานผิดปกติ แต่กรณีจึงสามารถยืนยันได้ว่าอยู่นอกน่านน้ำไทย ในการลักลอบเติมน้ำมัน อย่างไรก็ตามความคิดเห็นของประชาชนยังรู้สึกว่า ข้อมูลที่ ทร.รับทราบยังไม่มีทางออกที่น่าพอใจ ทั้งจับคนผิดไม่ได้ และไม่สามารถป้องกันการลักลอบขนน้ำมันออกไป
📍ข้อสังเกต
⚠️ กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม.ให้สัมภาษณ์ว่า “การยกเลิก MOU 44 จะอยู่ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างแน่นอน ส่วน MOU 43 ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเน้นย้ำว่าตนพูดถึงการยกเลิกเพียงแค่ MOU 44 เท่านั้น” โดยพบความเห็นส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นว่า นรม. จะสั่งยกเลิก MOU ดังกล่าวจริง แต่หากยกเลิกก็ขอให้ประกาศยกเลิกทั้งสองฉบับ
🎯กัมพูชาและนานาชาติ
📍 ข้อสังเกต
⚠️ The Mirror ของสหราชอาณาจักร รายงานกรณีกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (FCDO) ยังคงประกาศเตือนพลเมืองที่จะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุเป็นพื้นที่ห้ามไปในระยะ 20 กิโลเมตร
⚠️ The Himalayan Times ของเนปาล นำเสนอกรณี สอท.เนปาล/ไทย เปิดเผยว่า ได้ประสานทางการกัมพูชาและสมาคมชาวเนปาลโพ้นทะเลกัมพูชา (NRNA) เพื่อช่วยเหลือชาวเนปาล 12 รายที่ถูกหลอกไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์และคาสิโนผิดกฎหมายในกัมพูชา พร้อมประกาศเตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้ากัมพูชา ลาว เมียนมา และไทย ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว เพื่อไปทำงานที่อ้างว่าได้เงินดี
⚠️ AsiaNews เผยแพร่บทความว่า กัมพูชากำลังเผชิญภาวะเงินโอนจากต่างประเทศลดลงอย่างหนัก โดยอ้างข้อมูลจากธนาคารกลางกัมพูชา (NBC) ที่ระบุว่า ในปี 2568 ยอดเงินโอนลดลงถึงร้อยละ 23.6 สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทำให้แรงงานกว่า 900,000 คนต้องเดินทางกลับประเทศ ซึ่งกระทบโดยตรงต่อรายได้ของครัวเรือน นอกจากนี้ ยอดเงินโอนจากเกาหลีใต้ยังลดลงเช่นกัน ภายหลังการกวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา
⚠️ The Phnom Penh Post รายงาน รมว.กระทรวงศึกษาของกัมพูชาให้สัมภาษณ์ว่า แองเจลิน่า โจลี่ได้เดินทางเยือนกัมพูชา โดยไปเยี่ยมโรงเรียนแห่งหนึ่งใน พระตะบอง การมาเยือนของโจลี มีจุดมุ่งหมายเพื่อรับทราบความก้าวหน้าของนักเรียนในท้องถิ่นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในหอพักของโรงเรียน โดยในปี 2549 Jolie ได้ก่อตั้งมูลนิธิ Maddox Jolie-Pitt ในเขต Samlout จังหวัดพระตะบอง มูลนิธิดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การคุ้มครองสัตว์ป่า สาธารณสุข และการปรับปรุงการดํารงชีวิตในท้องถิ่น โจลีมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในความพยายามด้านมนุษยธรรมในกัมพูชาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2566 เธอยังเปิดเผยวาเธอได้พิจารณาที่จะตั้งถิ่นฐานในกัมพูชา
⚠️ OCCPR รายงานว่ากัมพูชาส่งผู้ร้ายข้ามแดนอีกรายของกลุ่มธุรกิจจีนเทา “Li Xiong”ที่ผัวพันกับ Prince Group ไปยังประเทศจีน สื่อของรัฐจีนรายงานในวันนี้ว่า Li Xiong มาถึงปักกิ่งหลังจากถูกจับกุมในกัมพูชาเนื่องจาก "ผลจากความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน" ระหว่างสองประเทศ โดยนาย Li Xiong ดํารงตําแหน่งประธานของ Huione Group ซึ่งทางการจีนกล่าวหาว่าเป็นบริษัทย่อยของ Prince Group ตามรายงานของสื่อของรัฐ จากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับนาย Hun To ลูกพี่ลูกน้องของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา Hun Manet ซึ่งร่วมถือหุ้นหนึ่งในบริษัท Huione Pay Plc กับนาย Li Xiong
⚠️ New York Times เผยแพร่บทความ “The Fall of a Cambodian Money-Laundering Giant” โดยกล่าวถึงนาย Li Xiong สัญชาติจีน เป็นอดีตประธานของ Huione Group และถูกสงสัยว่ากระทําการฉ้อโกง ปกปิดรายได้จากอาชญากรรม และดําเนินการคาสิโนและธุรกิจที่ผิดกฎหมายอื่นๆ สื่อของรัฐจีนรายงาน เขาถูกส่งตัวข้ามแดนจากเมืองหลวงของกัมพูชา พนมเปญ ด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่นั่น รายงานกล่าว