สกลมหาสังฆปริณายก : ทรงเป็นผู้นำพระสงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งปวง
ก่อนหน้าที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระประมุขผู้ปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย และทรงดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ตลอดจนประธานกรรมการมหาเถรสมาคมนับแต่พุทธศักราช ๒๕๖๐ จวบจนปัจจุบัน นั้น
.
พระองค์ทรงเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ๑๔ - ๑๕ (ธรรมยุต) และกรรมการมหาเถรสมาคมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทรงบริหารและปกครองคณะสงฆ์ อบรมพระภิกษุและสามเณรให้ปฏิบัติสมณวัตรและบำเพ็ญตนโดยเคร่งครัดตามพระธรรมวินัยอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งทรงอนุเคราะห์เผื่อแผ่พระเมตตาประการต่าง ๆ ไม่จำเพาะแต่พระภิกษุและสามเณรของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ที่ทรงเป็นเจ้าอาวาสลำดับที่ ๖ แต่ยังทรงอุดหนุนค้ำจุนสังฆมณฑล ซึ่งหมายรวมทั้งคณะสงฆ์ไทย และคณะสงฆ์อื่นในราชอาณาจักรนี้ คือ คณะสงฆ์จีนนิกายและคณะสงฆ์อนัมนิกาย รวมถึงทรงเป็นแม่กองงานพระธรรมทูตซึ่งทรงเป็นผู้วางรากฐานกิจการนี้มาแต่เดิม
.
เมื่อเสด็จสถิตในที่สมเด็จพระสังฆราช ก็ทรงพระวิริยภาพเพื่อบำเพ็ญพระกรณียกิจเพิ่มพูนทั่วทุกภาคส่วนเป็นอันมาก อย่างมิทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบากพระวรกาย แม้ขณะพระชนมายุกว่า ๙๐ พรรษา โปรดเสด็จออกประทานพระวโรกาสให้คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้ารับประทานพระกรุณาเป็นเนืองนิตย์มิได้ขาด
.
นอกจากนี้ ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในการพระราชพิธี รัฐพิธี และพิธีสำคัญของบ้านเมืองต่าง ๆ เป็นประจำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถวายพระธรรมเทศนาในพระราชพิธีสำคัญ มี ‘ทศพิธราชธรรมจริยาทิกถา‘ เป็นปฐมแห่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ ‘มงคลวิเสสกถา‘ หรือพระธรรมเทศนามงคลวิเศษ กัณฑ์แรกแห่งรัชกาลปัจจุบัน ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นอาทิ
.
อนึ่ง ทรงเผยแผ่เกียรติภูมิแห่งราชอาณาจักรและคณะสงฆ์ไทยให้แผ่ขจรขจายไปในสากล ด้วยการเสด็จออกรับบุคคลสำคัญต่าง ๆ ระดับนานาชาติ อาทิ ทรงรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิกและนครรัฐวาติกัน เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ตลอดจนบรรดาทูตานุทูต พระสังฆราช สังฆนายกและผู้นำศาสนาต่าง ๆ ตามวาระโอกาส นับเป็นการเจริญสัมพันธไมตรีในหมู่ผู้มีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมประเพณี เพื่อโน้มน้าวให้บังเกิดสันติภาพขึ้นในโลก
.
มิเพียงแต่จะ ‘ทรงเป็นผู้นำพระสงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งปวง’ ในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น หากยังทรงพระกรุณาแก่คณะสงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งปวงในสากลอีกด้วย ดังเช่นเมื่อคราวทรงรับสนองพระราชปรารภอาราธนาของสมเด็จพระราธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ให้คณะสงฆ์ไทย ๗๔ รูป เดินทางไปเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ร่วมกับคณะสงฆ์ภูฏานในวาระเสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ พุทธศักราช ๒๕๖๘
.
ครั้งนั้น ผู้แทนราชอาณาจักรภูฏานได้เฝ้ากราบทูลปรารภถึงการประทานพระบรมสารีริกธาตุจากราชอาณาจักรไทย ไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ให้พุทธศาสนิกชนชาวภูฏานได้ปฏิบัติบูชาสักการะ เพื่อเป็นศุภนิมิตของสัมพันธไมตรีอันยั่งยืนของไทยและภูฏาน
.
ทว่าเมื่อทรงพระอนุสรณ์คำนึงถึงพระราชไมตรีของสองพระราชอาณาจักร ซึ่งมีสถาบันพระมหากษัตริย์และพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของชาติ จึงทรงพระกรุณาประทานพระบรมสารีริกธาตุ ๑๖ องค์ ซึ่งบูรพาจารย์แห่งวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เป็นอาทิ ได้ทรงบูชาสืบเนื่องต่อกันมา ไปประดิษฐานยังมณฑปภายในองค์พระพุทธรูปดอร์เดนมา ศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวภูฏานเป็นการถาวร
.
ยังให้เกิดภาพประวัติศาสตร์ของพุทธอาณาจักรทั้งสอง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอนุโมทนาและพระราชทานถวายพระบรมสารีริกธาตุจำนวน ๑๖ องค์ อันเป็นภาพแทนของ ‘โสฬสญาณ’ ญาณแห่งความรู้แจ้ง ๑๖ ประการอันนำไปสู่มรรคผลนิพพาน ต่อพระหัตถ์สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ซึ่งทรงน้อมพระเศียรถวายสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ดังภาพแทนประชาชนชาวภูฏานเรือนหมื่นซึ่งเดินเท้าขึ้นภูเขาที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดอร์เดนมาเพื่อมารับปูชนียวัตถุสำคัญของบ้านเมือง
.
นอกจากความเจริญแห่งพระราชสัมพันธไมตรีแล้ว ก็ทรงพระอนุเคราะห์ให้เกิดพุทธศาสนสัมพันธไมตรีของสองพระราชอาณาจักร ด้วยการประทานพระกริ่ง (พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า) และย่ามอักษรพระนามปักลวดลายดอกบัวซึ่งจัดทำตามสีจีวรของคณะสงฆ์วัชรยานแห่งภูฏาน ให้คณะสงฆ์ไทยทั้ง ๗๔ รูป ได้มอบแด่คณะสงฆ์ภูฏาน ที่ได้นำภาพพระศรีศากยมุนีมามอบถวายแลกเปลี่ยนกันรูปต่อรูป
.
จึง ‘ทรงเป็นผู้นำพระสงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งปวง’ ของไทย ผู้ทรงเป็น ‘สกลสังฆปริณายก’ ของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกอย่างแท้จริง
ร่วมน้อมถวายสักการะและเรียนรู้รอยทางธรรมในซีรีส์พิเศษชุด "๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช" พบกัน ทุกวันศุกร์ ณ เพจ ๙๙ พรรษา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช
#วัดราชบพิธ #ธรรมะจากพระนาม