วิกฤตพลังงานซ้ำซ้อน "เอกนิติ" เผย น้ำมันขาดหน้าปั๊ม เหตุความต้องการพุ่งเกินกำลังผลิต เร่งสั่งลดสัดส่วนสำรองน้ำมัน ระบายสู่หน้าปั๊ม ป้องกันน้ำมันขาด ยืนยันมีน้ำมันดิบสำรองเพียงพอ
(24 มี.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงวิกฤตพลังงานว่า สงครามในตะวันออกกลางทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันที่หนักและคาดเดาไม่ได้ สถานการณ์ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่คิด เป็นวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบอื่น ๆ ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก นโยบายรับมือวิกฤตช่วงแรกและการตรึงราคา รัฐบาลได้พยายามดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบด้วยการใช้กองทุนน้ำมันตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร เป็นเวลา 15 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ และจากการประเมินสถานการณ์พบว่าวิกฤตจะยาวนานและใหญ่กว่าที่คิด การตรึงราคาทำให้เกิดปัญหาการกักตุนน้ำมัน เพราะประชาชนไปเติมก่อนราคาขึ้น รวมถึงความต้องการน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นจาก 67 เป็น 80-100 ล้านลิตร/วัน เกินกำลังการกลั่นสูงสุดที่ 76 ล้านลิตร/วัน และระบบขนส่งลำเลียงไม่ทัน
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลต้องบริหารจัดการปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยมีการติดตามและตรวจสอบข้อมูลการผลิตน้ำมันจากบริษัทต่าง ๆ แบบวันต่อวัน เพื่อยืนยันว่าไม่มีการบิดเบือนข้อมูล และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันดิบมีพอ ไม่ใช่แค่เชื่อข้อมูลที่ได้รับ โดยนายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อปราบปรามการกักตุนและเอาเปรียบประชาชน ซึ่งปัญหาการขาดแคลนและแย่งน้ำมันเกิดจากหลายปัจจัยคือ
1) พฤติกรรมการกักตุนของประชาชนเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น
2) ปัญหาช่องทางการขนส่ง ทั้งรถบรรทุก รถไฟ เรือและท่อ ถูกจำกัดเวลาวิ่ง ไม่สามารถเร่งรอบส่งน้ำมันให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นแบบกะทันหันได้
3) ปั๊มที่มียี่ห้อรอง (Jobber) ไม่ได้รับน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคแห่ไปปั๊มใหญ่
4) เรือประมงใช้น้ำมันเขียว หรือบางกลุ่มใช้น้ำมันลักลอบจากมาเลเซีย แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันต่างประเทศแพงกว่าน้ำมันในไทยที่รัฐอุดหนุน ทุกกลุ่มจึงเปลี่ยนมาแย่งเติมน้ำมันที่หน้าปั๊มปกติ
รมว.คลัง กล่าวว่า สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน รัฐบาลได้สั่งการให้
1. สั่งปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจากที่เคยประกาศเพิ่มขึ้น ให้กลับมาอยู่ที่ 1% เท่าเดิม เพื่อระบายน้ำมันที่เก็บไว้ในคลังออกมาสู่หน้าปั๊มให้ประชาชนทันที
2. ยกเลิกข้อกำหนดการเพิ่มสำรองน้ำมันที่ทำให้ผู้ค้าเก็บน้ำมันไว้
3. ปลดล็อกให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ทั้งวัน
4. กำกับให้เรือประมงได้รับน้ำมันจากผู้ค้า เพื่อแก้ปัญหาการแย่งซื้อที่ปั๊ม
"วันนี้เราต้องยอมรับว่ามันคือวิกฤตพลังงานโลกที่หนักมาก การฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล เราต้องบอกความจริงกับประชาชน ทุกคนต้องช่วยกันปรับตัวตามความผันผวนของตลาดโลก เพราะการยันราคาจะทำให้เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนและลักลอบนำน้ำมันไทยไปขายต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามกลไกตลาด ค่อยๆ ปรับ และมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยดูแลด้านราคาสินค้าอยู่" รมว.คลัง กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบไว้แล้วโดยระยะสั้น มุ่งเน้นการจัดระเบียบระบบจำหน่ายน้ำมันให้กลับสู่ภาวะปกติ เช่น การปรับลดปริมาณน้ำมันสำรองที่กำหนดไว้ เพื่อให้มีการกระจายน้ำมันไปยังปั๊มขนาดเล็กอย่างเพียงพอ และการปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลลอยตัวในระดับหนึ่ง โดยเทียบเคียงราคาตลาดโลกและราคาในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย พร้อมทั้งใช้กองทุนน้ำมันและพิจารณาภาษีสรรพสามิตเพื่อลดผลกระทบ และปราบปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ส่วนระยะยาว เตรียมผลักดันพลังงานทางเลือก อาทิ ไบโอดีเซล เอทานอล น้ำมันปาล์ม การประหยัดพลังงาน รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสเร่งพัฒนาพลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน โครงการ “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” โดยใช้ประโยชน์จากแสงแดดในการผลิตไฟฟ้า หรือ Solar Farm, Solar ลอยน้ำ และสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop โดยมีการลดหย่อนภาษีและระบบซื้อคืนไฟฟ้า จะช่วยลดต้นทุนพลังงานของประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี
เลขที่ 151 หมู่ 13 ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์ 034-600156
Email: tv11kanchanaburi@gmail.com
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2564 สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี
(NBT Central)
Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies
รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+
