ก.แรงงาน เผย มาตรการดูแลสิทธิประโยชน์กรณีแรงงานไทยเสียชีวิตในอิสราเอล จากการสู้รบในตะวันออกกลาง
(20 มี.ค. 69) เวลา 11.05 น. พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษกกระทรวงแรงงาน ร่วมแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ประเด็น การดูแลสิทธิประโยชน์กรณีแรงงานไทยเสียชีวิตในรัฐอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลงข่าวด้วย ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
นายสันติ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของแรงงานไทยที่เสียชีวิตในรัฐอิสราเอล เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อคืนวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ในส่วนการดำเนินการความช่วยเหลือกรณีดังกล่าวนั้น กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการ ดังนี้
1) ทูตแรงงานประสานความช่วยเหลือกับทางสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด
ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปเบื้องต้นแล้ว กระทรวงแรงงาน ได้รับรายงานจากฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับแจ้งยืนยันจากทางการอิสราเอลว่า พบแรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่อยู่ในห้องพัก มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ โดยเสียชีวิตเมื่อเวลา 23.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นอิสราเอล) ของวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตได้แจ้งการเดินทางไปทำงานผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 โดยไปทำงานภาคเกษตร ในรัฐอิสราเอล โดยหน่วยนิติเวชของทางการอิสราเอลจะทำการชันสูตรพลิกศพ และส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับครอบครัวผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ
.
2) ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านปลอบขวัญให้กำลังใจญาติ
กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจครอบครัวของแรงงานที่เสียชีวิตแล้ว โดยได้สื่อสารแจ้งสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับให้ทราบ พร้อมอำนวยความสะดวกในเรื่องเอกสารต่างๆ เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามขั้นตอนต่อไป
3) สิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับในส่วนของสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับนั้น มีทั้งส่วนของสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย และสิทธิประโยชน์จากทางสถาบันประกันภัยแห่งชาติ อิสราเอล ได้แก่
สิทธิประโยชน์ในประเทศไทย
• ผู้เสียชีวิตเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ในกรณีที่เสียชีวิตในต่างประเทศจากภาวะสงคราม เป็นเงิน จำนวน 40,000 บาท
• สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม มีเงินสะสมชราภาพ รวม 71,459.14 บาท
สิทธิประโยชน์จากสถาบันประกันภัยแห่งชาติ อิสราเอล ประกอบด้วย
• เงินช่วยเหลือค่าชดเชยการไว้ทุกข์
• การมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายในการฝังศพ
• เงินชดเชยรายเดือน
• เงินช่วยเหลือประจำปี
• เงินช่วยเหลืออื่นๆ อาทิ เงินช่วยเหลือทางจิตวิทยา ซึ่งจำนวนเงินที่จะได้รับทางสถาบันประกันภัยแห่งชาติ อิสราเอล จะพิจารณาและชดเชยให้ต่อไป
4) ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยึดถือแนวปฏิบัติเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยจากทางการอย่างเคร่งครัด
กระทรวงแรงงานได้สั่งการให้ทูตแรงงานในอิสราเอล ให้การดูแลและกำชับแรงงานไทยที่ยังคงทำงานในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เพื่อสื่อสารผ่านญาติแรงงานที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ญาติแจ้งแรงงานที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวังเมื่อได้ยินสัญญาณเตือนภัยและปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของทางการอย่างเคร่งครัด อาทิเช่น
• หากอยู่ในอาคาร ให้เข้าห้องหลบภัยทันที
• หากอยู่กลางแจ้ง ให้หมอบราบกับพื้น และใช้มือป้องกันศีรษะ
• จะออกจากที่หลบภัย เมื่อได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว
• อยู่ให้ห่างจากเศษระเบิดหรือจรวดที่ยังไม่ระเบิด
• ห้ามออกมาบันทึกภาพหรือวิดิโอ ขณะอยู่ในช่วงสัญญาณเตือนภัย เป็นต้น
• ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในต่างประเทศ ดาวน์โหลด และอัปเดตแอปพลิเคชัน Smart TOEA และเปิดพิกัดเพื่อให้กระทรวงแรงงาน สามารถสื่อสารส่งข้อความไปยังแรงงาน โดยแรงงานก็สามารถสื่อสารกลับมาได้ด้วย
“กระทรวงแรงงานได้ให้ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประสานการทำงานกับทางสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการติดตามสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของแรงงานที่เสียชีวิต รวมถึงการนำร่างกลับประเทศไทยต่อไป” นายสันติ กล่าว

ส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี
เลขที่ 151 หมู่ 13 ถนนกาญจนบุรี-อู่ทอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 71000
โทรศัพท์ 034-600156
Email: tv11kanchanaburi@gmail.com
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2564 สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี
(NBT Central)
Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies
รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+
