การบริหารจัดการสถานการณ์โลกเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
1. มาตรการด้านพลังงาน (นำโดย นายกฯ อนุทิน)
- การประชุมรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง: นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแนวทางรับมือผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลก
- การจัดการราคาน้ำมัน: มุ่งเน้นการปรับปริมาณการสำรองพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ครอบคลุมการกำหนดเพดานราคาน้ำมัน และการประกาศราคาน้ำมันเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค
- การกระจายสินค้า: เร่งระบายน้ำมันไปยังสถานีบริการให้ทั่วถึงเพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน ยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอและสามารถนำเข้าได้ตามปกติ
- การผ่อนผันรถบรรทุกน้ำมัน: ประสานงานกับตำรวจเพื่อผ่อนผันเวลาเดินรถบรรทุกน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้การขนส่งทำได้รวดเร็วขึ้น
2. การติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง (โดย รมว.พลังงาน พีระพันธุ์)
- ปริมาณสำรองน้ำมัน: ยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองรวมประมาณ 100 วัน
- การแก้ไขปัญหาสถานีบริการ: ตรวจสอบพบสถานีบริการบางแห่งปิดชั่วคราวจากข้อจำกัดด้านการขนส่ง จึงได้สั่งการให้บูรณาการการขนส่งน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- การส่งเสริมน้ำมันชีวภาพ: อยู่ระหว่างออกประกาศเพื่อยกระดับการกำกับดูแลและส่งเสริมการใช้ ไบโอดีเซล B10, B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ
3. การลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน (จ.ปทุมธานี)
- การเพิ่มปริมาณการจ่ายน้ำมัน: เพิ่มการจ่ายน้ำมันจากปกติ 4 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 8 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น
- การตรวจสอบราคา: สั่งการให้ตรวจสอบและลงโทษผู้ค้าที่มีพฤติกรรมกักตุนน้ำมันหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควร โดยมีการประสานงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงาน พาณิชย์ และมหาดไทย
1. ด้านเศรษฐกิจ (ต่อ)
หัวข้อ: บริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์โลกเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
- พาณิชย์:
- รมว.พาณิชย์ (ศุภชัย) สั่งการให้คุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเชิงรุก แม้ราคาพลังงานโลกจะผันผวน แต่ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มควบคุม
- ในกรุงเทพฯ พบว่าต้นทุนเนื้อสุกร อาหารทะเล ถุงพลาสติก และบรรจุภัณฑ์สูงขึ้น แต่ผู้ค้ายังให้ความร่วมมือตรึงราคาไว้ระดับเดิม
- มีการบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- สายด่วน: หากพบการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม แจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
- คมนาคม (สร้างรายได้ ลดรายจ่าย):
- รมว.คมนาคม (พิพัฒน์) รับฟังแนวทางการยกระดับระบบขนส่งทางอากาศ โดยหารือกับบริษัท EHang ผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสารทางอากาศระดับสูง
- พิจารณานำ อากาศยานที่ขึ้นลงแนวดิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) มาใช้ประโยชน์ในไทย ทั้งด้านการเดินทาง การแพทย์ และช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- เตรียมจัดทำกรอบการกำกับดูแลความปลอดภัย การออกใบอนุญาต และการบริหารจัดการน่านฟ้า เพื่อรองรับเทคโนโลยีนี้ในอนาคต
ด้านความมั่นคง
หัวข้อ: การบริหารจัดการวิกฤตการณ์จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
- ต่างประเทศ:
- นายกฯ (อนุทิน) ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบอย่างใกล้ชิด และมอบหมายให้ศูนย์บริหารสถานการณ์ฯ แถลงความคืบหน้า
- ประกาศเตือน: ขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว เนื่องจากสถานการณ์ยังรุนแรงและขยายวงกว้าง
- รายงานความสูญเสีย: ยืนยันแรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 18 มี.ค. จากเหตุการณ์ในอิสราเอล
- การช่วยเหลือ: กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับกระทรวงแรงงานและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์และค่าชดเชย โดยปัจจุบันมีคนไทยได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่แล้วรวม 1,173 คน
ด้านสังคม: ให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิประโยชน์แรงงานไทย
สรุปเหตุการณ์และมาตรการช่วยเหลือ (แรงงาน):
- สถานการณ์: รมว.แรงงาน (ตรีนุช) ยืนยันการเสียชีวิตของแรงงานไทยเพศชาย อายุประมาณ 30 ปี จากเหตุระเบิดลูกปรายในอิสราเอล โดยผู้เสียชีวิตเดินทางไปทำงานผ่านกรมการจัดหางานเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 68
- การปฏิบัติ: สั่งการให้ทูตแรงงานกำชับแรงงานไทยในอิสราเอลให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด พร้อมประสานสถานเอกอัครราชทูตเพื่อติดตามสิทธิประโยชน์และเตรียมนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย
- การเยียวยาครอบครัว: มอบหมายให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตและประสานเรื่องหนังสือมอบอำนาจตามขั้นตอน
สิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ:
- เงินสงเคราะห์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ: กรณีเสียชีวิต 40,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ: จ่ายตามจริงไม่เกิน 40,000 บาท
- เงินบำเหน็จชราภาพจากสำนักงานประกันสังคม: จำนวน 71,459.14 บาท
- เงินชดเชยจากสถาบันประกันภัยแห่งอิสราเอล: ครอบคลุมค่าชดเชยการไว้ทุกข์, ค่าใช้จ่ายในการฝังศพ, เงินชดเชยรายเดือน, เงินช่วยเหลือประจำปี และเงินช่วยเหลืออื่น ๆ ตามการพิจารณาของสถาบันฯ