การแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)
วันที่ 16 มีนาคม 2569 ฉบับที่ 11/2569
กต. รายงานสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทย ยืนยันเดินหน้าดูแล คนไทยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
วันนี้ เวลา 11.05 น. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงความ คืบหน้าสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทย โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ รายงานพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความคืบหน้า การให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่
นายปาณิดล เปิดเผยว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีทางอากาศระหว่างกันในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และอิรัก ขณะที่อิหร่านยังคงโจมตี ทางอากาศไปยังกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) อิรักและจอร์แดน โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารทั่วอิหร่าน ซึ่งรวมถึงจุดส่งออก น้ำมันดิบสําคัญบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ของอิหร่าน และมีรายงานว่าอิสราเอลได้โจมตีบริเวณใกล้พื้นที่ชุมนุม ในกรุงเตหะรานด้วย เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออก นอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุดและติดตามข่าวสารรวมถึงคําแนะนําจากช่องทางทางการของสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ พร้อมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ เพื่อให้สามารถติดต่อและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที สําหรับความคืบหน้า การให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ นายปาณิดล กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ลูกเรือบรรทุกสินค้าไทย “มยุรีนารี” จํานวน 20 คน ได้เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว โดยมีผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ได้แก่ รองอธิบดี กรมการกงสุล และรองอธิบดีกรมสารนิเทศ รวมท้ังผู้แทนกระทรวงแรงงาน ได้แก่ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงาน ให้การต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งลูกเรือทั้งหมดมีขวัญกําลังใจดี
ท้ังนี้ การประสานงานช่วยเหลือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต และสถาน กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ รวมถึงความร่วมมือจากทางการโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นอย่างดี โดยลูกเรือทั้ง 20 คน ต้องใช้เวลาเดินทางจากเมือง Khasab ไปยังกรุงมัสกัตกว่า 10 ชั่วโมง ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ในส่วนของการเร่งค้นหาและช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน เมื่อวานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้หารือ ทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนการช่วยเหลือ ลูกเรือไทย 3 คน ที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ “มยุรีนารี” พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับการอํานวยความสะดวกให้เรือพาณิชย์ไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยไทยได้ยํ้าท่าทีเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับเข้าสู่ กระบวนการเจรจาและการทูต เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายด้วยสันติวิธีโดยเร็ว
กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพเรือ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อติดตามความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหาและเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยที่เหลือโดยเร็วที่สุด สําหรับสถานการณ์ในอิหร่าน แม้ว่าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะได้ย้ายที่ทําการชั่วคราวไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน และประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ประกาศแนวทางและความพร้อมในการอพยพคนไทยออกจากอิหร่านเพิ่มเติม หากมีความประสงค์เดินทาง ออกจากพื้นที่ โดยกําหนดการอพยพเพิ่มเติมจํานวน 2 รอบ คือวันที่ 17 และวันที่ 25 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์ จะเดินทางขอให้รีบลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตโดยเร็วที่สุด
ในภาพรวม สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในพื้นที่ยังคงเดินหน้าอํานวยความสะดวก ดูแล ให้คําแนะนํา และประสานงานกับสายการบิน พร้อมจัดหาสิ่งของจําเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์ เดินทางกลับประเทศไทยในพื้นที่ที่ยังสามารถทําการบินได้ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่ยังคง ปิดน่านฟ้า เพื่อขออนุญาตเดินทางผ่านแดนทางบกไปยังประเทศข้างเคียงหรือประเทศที่สาม เพื่อให้คนไทยสามารถ เดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจาก ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว รวม 952 คน
นายปาณิดล กล่าวย้ำว่า รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบ เพื่อให้สามารถออกจากพื้นที่อันตรายได้โดยเร็วที่สุดและอย่างปลอดภัย