ด้านเศรษฐกิจ: บริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์โลก
นายกฯ อนุทิน ออกข้อสั่งการด่วนถึง ครม. และหน่วยงานรัฐ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ดังนี้:
- มาตรการพลังงานเชิงรุก:
- เริ่มมาตรการ Work From Home สำหรับหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชน
- งดศึกษาดูงานต่างประเทศ ให้เปลี่ยนเป็นภายในประเทศแทน
- จำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน: ไม่เกิน 22.00 น. (ยกเว้นเส้นทางหลัก)
- ลดการใช้ไฟ: ปิดไฟป้ายโฆษณาตั้งแต่ 22.00 น. เป็นต้นไป
- เป้าหมาย: คาดว่าจะลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันลงร้อยละ 5 ประหยัดน้ำมันได้ 330,000 ลิตร/เดือน และลดการใช้ไฟฟ้าได้ 3,600,000 หน่วย/เดือน
กระทรวงมหาดไทย
สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ดำเนินการ 3 แนวทางหลัก:
- สำรวจข้อมูล: จัดทำข้อมูลความต้องการใช้เชื้อเพลิงและ LPG ของภาคเอกชน
- ติดตามราคาสินค้า: ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ติดตามการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ป้องกันการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา
- รักษาความต่อเนื่อง: เตรียมมาตรการรองรับเพื่อรักษาความต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน
สำนักนายกรัฐมนตรี
รมต.นร. ศุภมาส สั่งการกรมประชาสัมพันธ์รณรงค์การประหยัดพลังงาน:
- ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม
- หน่วยงานรัฐต้องเป็นแบบอย่าง เช่น ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส, ลดการใช้กระดาษ, รณรงค์ใช้บันไดแทนลิฟต์ และประชุมผ่านระบบออนไลน์
สร้างรายได้ ลดรายจ่าย (กระทรวงพาณิชย์)
รมว.พาณิชย์ ศุภจี ขับเคลื่อนนโยบายขายข้าวไทยในต่างประเทศ:
- ส่งออกข้าวล็อตแรก: จำนวน 40,000 ตัน ณ จ.ฉะเชิงเทรา ส่งมอบให้ COFCO Corporation รัฐบาลจีน ภายใต้สัญญาแบบรัฐต่อรัฐ (G to G)
- เป้าหมายรวม: ส่งมอบข้าวรวม 500,000 ตัน ภายในปี 2569
- การควบคุมคุณภาพ: เน้นตรวจสอบมาตรฐานข้าวอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล และรักษาเสถียรภาพราคาข้าวในประเทศ
ด้านความมั่นคง: พิทักษ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่คนไทยในต่างประเทศ
นายกฯ อนุทิน ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด:
- การอพยพคนไทย: ปัจจุบันมีคนไทยกลับประเทศรวม 351 คน โดยเมื่อเช้าวันที่ 10 มี.ค. 69 อพยพกลับจากอิหร่านอีก 23 คน
- ความช่วยเหลือ: รัฐบาลเร่งเดินหน้าอพยพคนไทยอีก 83 คน จากอิหร่านและอิรัก ผ่านสายการบิน Qatar Airways
- คำแนะนำ: ขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงรีบลงทะเบียนแจ้งกับสถานเอกอัครราชทูตเพื่อขอรับความช่วยเหลือ และเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งใช้แนวทางทางการทูตเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ด้านสังคม: การคุ้มครองและเยียวยาแรงงานไทยในต่างประเทศ
กระทรวงแรงงาน ดำเนินมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลาง:
- การต้อนรับ: รมว.แรงงาน มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงฯ ไปต้อนรับและอำนวยความสะดวกแรงงานไทยที่เดินทางกลับ (ล่าสุดกลับถึงไทยแล้วรวม 11 คน)
- มาตรการ 3 ขั้นตอน:
- ดูแล ณ ประเทศต้นทาง: ผ่านการลงทะเบียนแอปพลิเคชัน TOEA
- อำนวยความสะดวก: ณ ท่าอากาศยาน ผ่านระบบ QR Code เพื่อสำรวจความต้องการหางานในอนาคต
- ติดตามผล: ถึงภูมิลำเนาเพื่อดูแลสิทธิประโยชน์จากกองทุนช่วยเหลือคนหางาน
การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวและการส่งเสริมการจ้างงาน
รมว.แรงงาน เผยมติ ครม. เกี่ยวกับการจัดการแรงงานต่างด้าว:
- ขยายเวลาทำงาน: เห็นชอบให้แรงงานจาก กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม กว่า 370,000 คน ทำงานต่อได้จนถึง 31 มี.ค. 69 เพื่อป้องกันการขาดแคลนแรงงานและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
- ขยายเวลาเอกสาร: ขยายเวลาการจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง รวมถึงการตรวจลงตรา (Visa) ไปจนถึง 31 ก.ค. 69
ป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภค (ทองคำ)
สำนักนายกรัฐมนตรี (สคบ.) โดย รมต.นร. สันติ ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจทองคำย่านเยาวราช:
- การตรวจสอบ: กำกับดูแลมาตรฐานฉลากสินค้าทองคำรูปพรรณให้ถูกต้อง
- บทลงโทษ: หากแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ผู้ผลิต/นำเข้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนผู้จำหน่ายมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
- ช่องทางร้องเรียน: หากพบการเอาเปรียบ แจ้งสายด่วน สคบ. 1166 หรือแอปฯ OCPB Connect
ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างยั่งยืน
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ สุชาติ ร่วมกับกรมศุลกากร, กรมควบคุมมลพิษ และ DSI ตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัย 18 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อยับยั้งการลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย โดยพบ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ 3 กลุ่มหลัก:
- จากประเทศเฮติ (12 ตู้): สำแดงเท็จว่าเป็นเศษเหล็ก แต่ตรวจพบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปนเปื้อนน้ำมัน น้ำหนักรวม 284,919 กก. มูลค่ากว่า 2,530,000 บาท
- จากสหรัฐฯ (4 ตู้): สำแดงเป็นเศษโลหะ (Metal Scraps) และโลหะผสม (Mixed Metal)
- จากสหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์ (2 ตู้): เป็นตู้สินค้าอะลูมิเนียมที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย Basel Action Network (BAN)
บทลงโทษและการดำเนินการ:
- บทลงโทษ: ผิดมาตรา 244 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท
- มาตรการถัดไป: เร่งผลักดันสินค้ากลับประเทศต้นทางตาม อนุสัญญาบาเซิล (Basel Convention) และขยายผลสืบสวนเพื่อกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ไทยเป็นแหล่งทิ้งขยะโลกอย่างจริงจัง