ด้านพลังงาน
- การติดตามสถานการณ์: นายกฯ อนุทิน เป็นประธานประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (คมนาคม, คลัง, พลังงาน, สภาพัฒน์) เพื่อรับมือความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบและระบบขนส่งทางทะเล
- มาตรการสำรอง: รมว.พลังงาน ประกาศเพิ่มสัดส่วนสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นร้อยละ 3 ภายในเดือน เม.ย. และปรับสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7 เริ่ม 14 มี.ค. 69
- การควบคุมราคา: ตรึงราคา LPG ต่อเนื่อง และมอบหมายให้พาณิชย์ควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา
ด้านแรงงาน
- การดูแลแรงงานในต่างประเทศ: นายกฯ กำชับการดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลางกว่า 67,043 คน
- การช่วยเหลือ: มีมาตรการเยียวยา 3 ด้าน ได้แก่ การจ่ายเงินสงเคราะห์ (รายละ 15,000 บาท), การเตรียมตำแหน่งงานรองรับในประเทศ และการฝึกทักษะอาชีพเพิ่มเติม
- การอพยพ: ช่วยเหลือคนไทยกลับประเทศแล้ว 322 คน โดยกลุ่มแรก 29 คน เดินทางถึงไทยอย่างปลอดภัยในวันที่ 10 มี.ค. 69
ด้านพาณิชย์
- การบริหารจัดการราคาสินค้า: รมว.พาณิชย์ หารือกับผู้ผลิตและห้างค้าปลีกเพื่อป้องกันการเอาเปรียบประชาชน
- สถานการณ์สินค้า: ยืนยันว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีเพียงพอต่อความต้องการ และขอให้ร้านค้าเติมสินค้าให้เต็มชั้นวางอย่างสม่ำเสมอ
- ช่องทางร้องเรียน: หากพบการค้าที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
ด้านเศรษฐกิจ (ต่อ)
การบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์โลกเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
- การท่องเที่ยว:
- รมว.ท่องเที่ยวฯ (อรรถกร) ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว (โดยเฉพาะยุโรปและตะวันออกกลาง) และการปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน
- ประสานงานหน่วยงานการบินและ ตม. เพื่ออำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานหลัก ผ่านศูนย์ TAC
- ขอความร่วมมือโรงแรมพิจารณาปรับลดราคาที่พัก กรณีนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางกลับได้ตามกำหนด
- สำนักนายกฯ:
- รมต.นลินี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ขยายสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์เพิ่ม 10 คู่สาย
- เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบธุรกิจและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
- กำชับเรื่องความปลอดภัยในการซื้อขายออนไลน์และการตรวจสอบร้านทอง/รูปพรรณ
- สั่งการให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศและกรมการค้าภายใน ร่วมตรวจสอบสถานการณ์ราคาน้ำมันและภาคขนส่ง ป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้า
ด้านสังคม
การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวและการส่งเสริมการจ้างงาน
- แรงงาน:
- รมว.แรงงาน (ตรีนุช) รับฟังข้อเสนอภาคเอกชน (3 สถาบัน) เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานกับกัมพูชา โดยยืนยัน 5 มาตรการหลัก:
- รับฟังความเดือดร้อนภาคเอกชนเพื่อหาทางช่วยเหลือ
- บริหารจัดการเฉพาะแรงงานกลุ่มเดิมที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง (ยังไม่มีนโยบายรับรายใหม่)
- แรงงานทุกคนต้องขึ้นทะเบียนและมีนายจ้างรับรองชัดเจน
- ประสานฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้กระทบความมั่นคงของประเทศ
- มอบหมายกรมการจัดหางาน จัดทำมาตรการกำกับดูแลที่รัดกุม
- ย้ำ: รัฐบาลยังไม่มีนโยบายเปิดด่านชายแดนในทุกกรณี
ด้านความมั่นคง
การพิทักษ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่คนไทยในต่างประเทศ
- ต่างประเทศ:
- รมว.ต่างประเทศ (สีหศักดิ์) เผยความคืบหน้าการช่วยคนไทยออกจากอิหร่าน โดยกลุ่มแรก 29 คนถึงไทยแล้ว กลุ่มที่สองอีก 23 คนจะถึงไทยวันที่ 10 มี.ค. 69 และกำลังประสานอพยพกลุ่มใหญ่อีกประมาณ 75 คน
- ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลอิหร่านและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ในการอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยและการตรวจคนเข้าเมือง
- กระทรวงการต่างประเทศแนะนำให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาเดินทางกลับไทยเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5
- ทรัพยากรธรรมชาติฯ:
- รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ (สุชาติ) ยกระดับมาตรการป้องกันเชิงรุกใน 14 กลุ่มป่า เพื่อลดจุดความร้อนลงร้อยละ 65 ผ่าน 4 แนวทาง:
- บริหารจัดการแบบไร้รอยต่อ: ไม่ยึดติดเส้นเขตความรับผิดชอบระหว่างป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนฯ และพื้นที่เกษตร
- พลังชุมชน: ตั้งจุดเฝ้าระวัง 3,895 จุด เพื่อลดการเผาซ้ำซาก
- เทคโนโลยี: ใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนเข้าถึงจุดเกิดเหตุและระงับไฟให้เร็วที่สุด
- War Room 24 ชม.: เชื่อมโยงการสั่งการกับผู้ว่าฯ และฝ่ายปกครอง บังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่จงใจเผาป่าอย่างเด็ดขาด
การควบคุมและแก้ไขปัญหาด้านมลพิษ
- อุตสาหกรรม:
- รมว.อุตสาหกรรม (ธนกร) สั่งการให้บริษัท Cargo Chemical จำกัด (ฉะเชิงเทรา) หยุดประกอบกิจการชั่วคราว หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69
- ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบการปนเปื้อนของสารเคมีในแหล่งน้ำสาธารณะ และสั่งให้เคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมออกนอกพื้นที่เพื่อบำบัดอย่างถูกต้อง
- เร่งสอบสวนหาสาเหตุเชิงลึกเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
ด้านการบริหารงานภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย
พัฒนาระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ
- มหาดไทย:
- รมช.มหาดไทย (ทรงศักดิ์) เป็นประธานเปิดงาน วันคณะกรรมการหมู่บ้าน ประจำปี 2569 เพื่อเชิดชูเกียรติและขอบคุณคณะกรรมการหมู่บ้านทั่วประเทศ
- นายกฯ อนุทิน ส่งสารขอบคุณในความมุ่งมั่นเสียสละของคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งเป็นกลไกหลักในระดับพื้นที่ในการ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" และสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชน
- ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมแสดงความขอบคุณที่คณะกรรมการหมู่บ้านช่วยตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
- อธิบดีกรมการปกครอง และ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ยืนยันแนวทางบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ประเทศผ่านกลไกคณะกรรมการหมู่บ้าน (เปรียบเสมือนคณะรัฐมนตรีประจำหมู่บ้าน)