ด้านความมั่นคง
เน้นการดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง:
- การอพยพ: เตรียมเร่งอพยพคนไทยและเจ้าหน้าที่รัฐในอิหร่านประมาณ 270 - 300 คน กลับไทยให้เร็วที่สุด
- สถานการณ์ในอิสราเอล: มีคนไทยประมาณ 20 คน แสดงความประสงค์ขอกลับประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมแผนเคลื่อนย้ายผ่านประเทศที่สามไว้แล้ว
- พลังงานสำรอง: ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศยังมีเพียงพอ แต่ได้กำชับให้กระทรวงพลังงานและ ปตท. เฝ้าติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด
- การสื่อสาร: จัดตั้ง "ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง" (Joint Press Center) เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว
ด้านเศรษฐกิจ
บริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพและลดผลกระทบจากสถานการณ์โลก:
- การตรึงราคาน้ำมัน: นายกฯ สั่งการให้ ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน (เริ่ม 3 มี.ค. 69) เพื่อช่วยเหลือประชาชน
- การพาณิชย์: แม้การส่งออกไปตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบทางตรงจำกัด แต่รัฐบาลได้เตรียม 6 แนวทางรับมือเชิงรุก เช่น การบริหารจัดการราคาสินค้าอุปโภคบริโภค, การหาแหล่งวัตถุดิบใหม่, และการดูแลต้นทุนค่าขนส่งสินค้าทางเรือ
เน้นการบริหารจัดการผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง เพื่อรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ:
- การพาณิชย์: สั่งการให้ยกระดับการกำดูแลราคาสินค้าทั่วประเทศ และยืนยันว่ายังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง จึงขอให้ผู้ผลิตห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า หากพบการกระทำผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท
- การพลังงาน: เตรียมจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นนอกตะวันออกกลางเพื่อรองรับส่วนที่ขาดหายไป โดยปัจจุบันไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้นานถึง 60 วัน และเตรียมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าช่วยพยุงราคาเพื่อลดภาระประชาชน
ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล
เน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ทันสมัย:
- Digital Thailand: รัฐบาลได้แสดงวิสัยทัศน์ในงาน MWC 2026 ณ ประเทศสเปน มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government)
- AI Hub: ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาค ควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์
ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5:
- ความสำเร็จในการลดฝุ่น: ติดตามผลการดำเนินงานที่ จ.นครราชสีมา พบว่านโยบายควบคุมปริมาณการรับซื้ออ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานน้ำตาลได้ผลดีมาก
- สถิติ: ส่งผลให้ภาพรวมสัดส่วนอ้อยไฟไหม้ทั่วประเทศลดลงเหลือเพียงร้อยละ 2.90 จากผลผลิตรวมกว่า 77 ล้านตัน
การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุชาติ ชมกลิ่น) ได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์สัตว์ทะเลหายากในพื้นที่ฝั่งอันดามันอย่างใกล้ชิด โดยมีการนำเทคโนโลยีสำรวจทางอากาศ (Aerial Survey) มาใช้ประเมินประชากรและสุขภาพ ซึ่งผลการสำรวจพบสัตว์ทะเลหายาก 3 ชนิด ดังนี้:
- พะยูน: 20 ตัว
- โลมาหัวบาตรหลังเรียบ: 8 ตัว
- เต่าทะเล: 40 ตัว
แนวทางการดำเนินงานต่อ
- ฐานข้อมูลระยะยาว: ข้อมูลที่ได้จะนำไปคำนวณจำนวนประชากรที่แท้จริงและประเมินความหนาแน่น เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามระยะยาว
- การเฝ้าระวัง: เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายและช่วยเหลือสัตว์ทะเลเกยตื้น
- ช่องทางแจ้งเหตุ: ประชาชนสามารถแจ้งเหตุสัตว์ทะเลหายากหรือเหตุฉุกเฉินได้ที่ สายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง