ด้านเศรษฐกิจ มีประเด็นหลัก 3 ด้าน
การบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์โลก (ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง)
- พลังงาน: มีน้ำมันสำรองใช้ได้ประมาณ 60 วัน และใช้กองทุนน้ำมันช่วยบริหารจัดการราคา
- เศรษฐกิจ/การเงิน: ทุนสำรองระหว่างประเทศแข็งแกร่งเกือบ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การค้า: พาณิชย์คุมราคาสินค้า หาวัตถุดิบสำรอง และมีสายด่วน 1169 ดูแลตลอด 24 ชม.
- แรงงาน: มีแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงผ่านทางบกสู่ตุรกี
- คมนาคม: บริหารจัดการเที่ยวบินที่ยกเลิก และใช้โอกาสนี้ดึงดูดการลงทุนในฐานะ "พื้นที่ปลอดภัย" (Safe Zone)
การแก้ปัญหาผลกระทบจากสงครามการค้า (กรณีสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีต่างตอบแทน)
- ประเมินผลกระทบเชิงลึกต่อการส่งออก และวิเคราะห์โอกาสในฐานะพันธมิตรที่มั่นคง
- วางยุทธศาสตร์เจรจาการค้าแบบใหม่ และจัดทำแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
การสร้างรายได้และลดรายจ่าย (การบริหารจัดการผลไม้)
- ผลักดันแนวคิด "Thailand: The Land of Tropical Fruits" รองรับผลผลิต 6.91 ล้านตัน
- ใช้ Fruit Dashboard และ AI ช่วยบริหารจัดการอุปทาน
- ยกระดับมาตรฐาน GAP/GMP, ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และพัฒนาโลจิสติกส์ทางราง
- รุกตลาดต่างประเทศผ่าน Business Matching และใช้ Influencer ช่วยสร้างแบรนด์ผลไม้ไทย
ด้านความมั่นคง
เน้นการพิทักษ์รักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่คนไทยในต่างประเทศ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- การอพยพและช่วยเหลือ: เตรียมแผนรับคนไทยกลับ โดยใช้เส้นทางทางบกผ่านชายแดนตุรกี และประสานการเดินทางผ่านโอมานสำหรับผู้ที่อยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีกองทัพอากาศเตรียมอากาศยานไปรับ
- การเฝ้าระวัง: นายกฯ สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงและตำรวจเฝ้าระวังสถานที่สำคัญและสถานเอกอัครราชทูตของคู่ขัดแย้ง รวมถึงตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกประเทศและเฝ้าระวังข่าวปลอม
- การประเมินผลกระทบ: มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสินค้าส่งออกอย่างใกล้ชิด
ด้านแรงงาน
กำหนดแผนรองรับวิกฤตสู้รบในตะวันออกกลางเป็น 4 ระดับ (เฝ้าระวัง, ขยายวงกว้าง, ยืดเยื้อ และเหตุการณ์ยุติ)
- เชิงรุก: ชะลอการจัดส่งแรงงานไทยภาคเกษตร (G to G) เนื่องจากน่านฟ้าปิด และใช้เทคโนโลยีติดตามพิกัดแรงงานแบบ Real-time
- การดูแลเยียวยา: ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวแรงงานเพื่อลดความกังวล และเตรียมแผนอพยพร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ
ด้านสังคม
- การกีฬา: อนุมัติระบบ "Direct Payment" โอนเงินเบี้ยเลี้ยงเข้าบัญชีนักกีฬาโดยตรงเพื่อความโปร่งใสและรวดเร็ว เริ่มนำร่องในเอเชียนบีชเกมส์ และกีฬาเยาวชนแห่งชาติ (สุราษฎร์ธานีเกมส์) พร้อมอนุมัติงบกว่า 423 ล้านบาท เตรียมความพร้อมนักกีฬาไปเอเชียนเกมส์และพาราเกมส์ที่ญี่ปุ่น
- การศึกษา: มอบรางวัล "ครูถิรคุณ" เชิดชูเกียรติ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ จ.สงขลา (เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่) และคณะครูที่ช่วยปกป้องนักเรียนจากอันตราย พร้อมผลักดันคุรุสภาสู่องค์กรดิจิทัลเพื่อลดภาระงานครู
การเตือนภัยพิบัติ (หาดใหญ่โมเดล)
- สำนักนายกฯ: รองนายกฯ บวรศักดิ์ ติดตาม "หาดใหญ่โมเดล" เร่งพัฒนาโครงสร้างระบายน้ำ ระบบพยากรณ์และเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) และซ้อมแผนเผชิญเหตุ
- แนวทางใหม่: จัดทำคู่มือประชาชนชุดเดียวที่เข้าใจง่าย ครอบคลุมแผนอพยพและจุดจอดรถ พร้อมใช้ระบบบริหารจัดการแบบเอกภาพ (Single Command)
การอนุรักษ์สัตว์ป่า
- ทรัพยากรธรรมชาติฯ: รมว.สุชาติ สั่งสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการตายของช้างพลาย "สีดอหูพับ" โดยมีผู้เชี่ยวชาญภายนอกร่วมตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานการจัดการสัตว์ป่า
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
- แก้ภัยแล้งและไฟป่า: กรมทรัพยากรน้ำกระจายกำลังและเครื่องจักรช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงใน จ.ลำปาง, นครสวรรค์, ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ทั้งส่งน้ำดื่มสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและเติมน้ำระบบประปาหมู่บ้าน
- แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร: รมช.นเรศ ติดตามโครงการในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ ก่อสร้างสระเก็บน้ำ 1.6 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรองรับพื้นที่เกษตรและที่อยู่อาศัยกว่า 5,273 ไร่ กำหนดเสร็จภายใน 3 เม.ย. 69
การจัดการที่ดินทำกิน (คทช.)
- เกษตรฯ: รมช.นเรศ ติดตามการจัดสรรที่ดินใน จ.กระบี่ 500 แปลง เพื่อแก้ปัญหาบุกรุกที่ดินและสร้างความมั่นคงในอาชีพ พร้อมประสานงานดูแลเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันให้แก่เกษตรกร
เร่งรัดการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (คมนาคม)
- เปิดศูนย์ One Stop Service: รมช.คมนาคม (มัลลิกา) เปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ กรมการขนส่งทางบก เพื่อเร่งรัดการจดทะเบียน รถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17) และ รถยนต์รับจ้าง (รย.18) ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- บริการแบบครบวงจร: ให้บริการในจุดเดียว ตั้งแต่การลงทะเบียนขอความเห็นชอบ, การตรวจสภาพรถ ไปจนถึงการชำระภาษีและค่าธรรมเนียม
- รองรับกฎหมาย ETDA: เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. 69
- ขยายเวลาบริการ: เปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่วันที่ 2 - 31 มี.ค. 69 เวลา 08.30 - 18.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้ผู้ใช้บริการ