1. ด้านความมั่นคง
สำนักนายกฯ: นายกฯ อนุทิน ลงนามสั่งการงดออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน (ป.12) แก่บุคคลทั่วไปเป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
กระทรวงศึกษาธิการ: สั่งปิดโรงเรียนบ้านบางหว้า จ.พังงา ชั่วคราว หลังเกิดเหตุยิงกัน และกำชับโรงเรียนทั่วประเทศเฝ้าระวังพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรง (Copycat)
2. ด้านสังคม
กระทรวงสาธารณสุข: เปิดตัว "หมอพร้อม SUPER APP" นำร่องที่ รพ.ชลบุรี เพื่อเป็น Digital Health Platform เชื่อมข้อมูลโรงพยาบาล คลินิก และร้านยา ช่วยลดความแออัดและให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้เร็วขึ้น
กระทรวงพัฒนาสังคมฯ: เปิดโครงการ "ผู้นำ อพม. รุ่นใหม่" ที่ จ.พะเยา ร่วมกับยูนิเซฟ เพื่อสร้างอาสาสมัครรุ่นใหม่มาดูแลสังคมสูงวัยและกลุ่มเปราะบาง
3. ด้านเศรษฐกิจ
กระทรวงพลังงาน: กบน. มีมติลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันดีเซลลง 45 สตางค์ต่อลิตร (เปลี่ยนเป็นการอุดหนุน 30 สตางค์) เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดค่าครองชีพจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ
ด้านเศรษฐกิจ (สร้างรายได้ ลดรายจ่าย)
การแก้หนี้นอกระบบ: กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. อนุมัติสินเชื่อช่วยเหลือประชาชนไปแล้ว 152,521 ราย รวมวงเงินกว่า 3,777 ล้านบาท
สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์: อนุมัติสะสมแล้วกว่า 5.75 ล้านบัญชี วงเงินรวมกว่า 56,287 ล้านบาท เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมสำหรับรายย่อย
4. ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การกำกับดูแลโรงงาน: รมช.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่นิคมฯ บ่อทอง 33 จ.ปราจีนบุรี กำชับให้โรงงานปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ห้ามปล่อยน้ำเสียลงลำน้ำสาธารณะ และลดการปล่อยฝุ่น PM2.5
อาสาสมัครอุตสาหกรรม: เตรียมจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครจากคนในพื้นที่ เพื่อร่วมเฝ้าระวังและสอดส่องปัญหามลพิษในชุมชน
5. ด้านการบริหารงานภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย
รัฐบาลดิจิทัล: กรมสรรพสามิตลงนาม MOU ร่วมกับ 18 บริษัท เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลน้ำมันแบบดิจิทัล
ยกระดับประสิทธิภาพ: เปลี่ยนการใช้เอกสารกระดาษเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด (เช่น การยื่นภาษี/คืนภาษี) เพื่อความรวดเร็ว โปร่งใส และรองรับกลไกราคาคาร์บอนในอนาคต