นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะประชุม คอภ. เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ กลาง และใต้ พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
วันนี้ (24 พ.ย. 68) เวลา 15.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ครั้งที่ 2/2568 เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยมีคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้แก่ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงและกรม พร้อมผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้ นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมประชุมในฐานะฝ่ายเลขานุการ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด และลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์ พร้อมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่จังหวัดพิจิตร อ่างทอง ชัยนาท สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นเวลานาน และเมื่อวันหยุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับรายงานการเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ และได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะเครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องสูบน้ำจากทุกภาคทั่วประเทศ เข้าช่วยเหลือในพื้นที่ภาคใต้ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลและช่วยเหลือประชาชนให้มีความปลอดภัยเป็นลำดับแรก
นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันภาคใต้มีหลายพื้นที่ที่สถานการณ์ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักและระดับน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทั่วถึง ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดำเนินการร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน เฝ้าระวังติดตามแนวโน้มสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell broadcast ให้ทราบและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างทันท่วงที รวมถึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ใช้กลไกท้องถิ่นและท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทุกช่องทางให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตลอดจนให้จังหวัดใช้กลไกของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดในการบริหารจัดการและบูรณาการทุกภาคส่วน เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ โดยให้ความสำคัญกับการแจกจ่ายอาหารปรุงสำเร็จที่สะอาดถูกหลักอนามัย น้ำดื่ม รวมถึงสิ่งของจำเป็นให้กับประชาชนใช้ดำรงชีพอย่างทั่วถึง พร้อมจัดตั้งศูนย์อพยพให้ประชาชนได้ใช้อาศัยพักพิงชั่วคราว และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยให้ครอบคลุมทุกด้าน
นอกจากนี้ ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยทหาร สนับสนุนจังหวัดที่ประสบอุทกภัย วางแผนเร่งระบายน้ำและพร่องน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำและสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ตลอดจนเครื่องจักรกลสาธารณภัยที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มีน้อยที่สุด รวมถึงให้กระทรวงคมนาคม กำชับหน่วยงานในพื้นที่ ดูแลเส้นทางคมนาคม โดยจัดให้มีเส้นทางสำรอง เส้นทางเลี่ยงในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ตลอดจนให้กระทรวงสาธารณสุข กำชับหน่วยงานในพื้นที่ในการจัดทีมแพทย์และสาธารณสุข ดูแลสุขภาพกายและจิตใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และเฝ้าระวังโรคที่มากับน้ำท่วมขัง
สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการร่วมกับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจและจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือเยียวยาครอบคลุม ครบถ้วน พร้อมทั้งเร่งซ่อมแซม และฟื้นฟูความเสียหาย ทั้งด้านบ้านเรือน ที่พักอาศัย ระบบสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า ประปา ระบบการสื่อสาร เส้นทางคมนาคม เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
“ขณะนี้การปฎิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการติดตามการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และเพื่อให้เกิดความร่วมมือสูงสุด และได้มอบหมายให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงไปบัญชาการในพื้นที่ตามบทบาทและหน้าที่ของศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนก.) พร้อมทั้งได้สั่งการให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เดินทางไปยังอำเภอหาดใหญ่ ขณะนี้ได้ถึงพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้การระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างเต็มรูปแบบและทั่วถึง พร้อมขอให้ผู้บริหารส่วนราชการในพื้นที่ Standby และให้ความร่วมมือในการประสานงาน โดยเฉพาะหากมีการประสานงานมาจากรองนายกรัฐมนตรีและอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งดำเนินการจัดหาและสนับสนุนสิ่งที่พื้นที่ต้องการให้ถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็ว อีกทั้งขอให้ระมัดระวังปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มและยารักษาโรค ตลอดจนขอเป็นกำลังใจในการร่วมมือช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และเน้นย้ำถึงสิ่งสำคัญที่สุด คือ การคำนึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ควบคู่ไปกับการดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด” นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รายงานภาพรวมสถานการณ์อุทกภัย โดยในห้วงฤดูฝนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน (วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568) ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวม 21 จังหวัด 141 อำเภอ 1,022 ตำบล 7,048 หมู่บ้าน โดยจากการสำรวจเบื้องต้นมีประชาชนได้รับผลกระทบ 864,185 ครัวเรือน 2,404,776 คน แยกเป็น พื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และจังหวัดนครปฐม ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และจังหวัดนราธิวาส
“ซึ่ง ปภ. ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย และคลื่นลมแรงในพื้นที่ภาคใต้ในทุกมิติ ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนในพื้นที่ภาคใต้ โดยปัจจุบันศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ยังคงปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนทางด้านการแจ้งเตือน ปภ.ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านการพยากรณ์ หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำ เฝ้าระวังสถานการณ์และประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยในห้วงที่ผ่านมา (ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 - ปัจจุบัน) มีการ
แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast รวม 515 ครั้ง สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ (ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 - ปัจจุบัน) ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast รวม 164 ครั้ง
พร้อมกันนี้ ปภ. ได้เร่งระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากในทุกพื้นที่ที่ไม่มีสถานการณ์อุทกภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน โดยได้ระดมทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศ เข้าสนับสนุนจังหวัดทีมี่พื้นที่ประสบอุทกภัย โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางรวม 677 หน่วย สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ปภ. ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ เรือ รถยกสูง เครื่องสูบน้ำ รถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหาร รถเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย รวม 501 หน่วย และจะดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” นายสหรัฐ รองอธิบดี ปภ. กล่าว
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์และประกาศแจ้งเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากมีประกาศให้อพยพ ขอให้ประชาชนรีบอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยทันที และหากพบเห็นหรือได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุหรือขอรับความช่วยเหลือได้ที่ไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยการเพิ่มเพื่อนผ่าน LINE ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง