โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” หนึ่งในนโยบายเรือธงกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการลดรายจ่าย ลดค่าครองชีพ และช่วยสร้างรายได้สำหรับผู้ประกอบการ ร้านค้า โครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 ลงทะเบียนร้านค้าตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 19 ธันวาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” สำหรับประชาชนลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม - 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 - 22.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สามารถใช้สิทธิโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 - 23.00 น. โดยต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิตามเงื่อนไขโครงการ ด้านนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” มีประชาชนและผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้มิจฉาชีพพยายามฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชนหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการ “ส่งลิงก์ปลอม” มาหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวและดูดทรัพย์ของประชาชน หากประชาชนได้รับลิงก์ปลอม ขอให้พิจารณา ตั้งสติ และ “ไม่กดลิงก์” ส่วนกรณีประชาชนเผลอกดลิงก์ปลอมและได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ ขอให้ดำเนินการแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://www.thaipoliceonline.go.th/login หรือโทร.สายด่วนที่ 1441 เพื่อระงับบัญชีคนร้ายภายใน 72 ชั่วโมง และรีบเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้เพิ่มกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น จากเดิมประชาชนที่สามารถลงทะเบียนใช้สิทธิ์ได้จะเริ่มตั้งแต่อายุ 18 ปี ในครั้งนี้ขยายเป็นเริ่มตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป รวมถึงเปิดโอกาสให้ร้านค้า และผู้ประกอบการรายย่อย หรือ Micro SMEs ซึ่งมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ได้เข้าร่วมโครงการด้วย เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน โดยการลดรายจ่าย ลดค่าครองชีพ และช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและร้านค้า
เนื่องด้วยรัฐบาลเล็งเห็นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ที่คาดว่าจะมีการขยายตัวระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ต่ำกว่าประเทศในภูมิภาค และต่ำกว่าศักยภาพ (Potential Growth) โดยมีปัจจัยสำคัญจากกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงเปราะบาง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึง ท่ามกลางความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจไทยในไตรมาส ที่ 4 ปี 2568 ที่อาจจะชะลอตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นหลักประกันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เพื่อเพิ่มอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่า รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สำหรับประชาชนจะทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวน 88,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงปลายปี โดยมีกำหนดการโครงการ ดังนี้
1. ระยะเวลาโครงการฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568
1.1 เปิดรับลงทะเบียนร้านค้า ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 19 ธันวาคม 2568
1.2 เปิดรับลงทะเบียนประชาชน ตั้งแต่วันที่ 20 - 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 - 22.00 น.
1.3 ประชาชนผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 - 23.00 น. โดยสามารถซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยกลุ่มผู้ที่อยู่ในระบบภาษี 11 ล้านคน จะได้รับวงเงินคนละ 2,400 บาท และกลุ่มผู้ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีหรือประชาชนทั่วไป 9 ล้านคน ได้รับวงเงินคนละ 2,000 บาท สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.4 ล้านคน ยังคงได้รับเงินช่วยเหลือตามปกติ พร้อมเพิ่มวงเงินอีกเดือนละ 850 บาท ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 รวมเป็นเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,150 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพช่วงปลายปี
1.4 สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform)ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 - 21.00 น.
2. คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”
• เป็นผู้มีสัญชาติไทย
• มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
• มีบัตรประจำตัวประชาชน
• ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
• ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1-5
3. ช่องทางลงทะเบียน “คนละครึ่ง พลัส”สามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
• ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
• ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
4. เงื่อนไขการใช้สิทธิสำหรับประชาชน
• ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้โดนตัดสิทธิตามเงื่อนไขโครงการ
• ใช้จ่ายผ่านโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” กับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 - 23.00 น. โดยชำระผ่าน G-Wallet
5. ขั้นตอนการลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไป
• “ผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ” โครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)
1. อัปเดตแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G-Wallet
2. เข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และกดที่แบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่ง พลัส”
3. ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน
4. แจ้งผลการลงทะเบียนผ่านการแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ SMS (ภายใน 3 วัน)
5. เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ
6. เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.
7. ตรวจประวัติการใช้สิทธิคงเหลือบนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
• “ผู้ที่เคยรับสิทธิ” โครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)
1. อัปเดตแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G-Wallet
2. เข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และกดที่แบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่ง พลัส”
3. ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน
4. แจ้งผลการลงทะเบียนผ่าน การแจ้งเตือนบนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
5. เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ
6. เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.
7. ตรวจประวัติการใช้สิทธิคงเหลือบนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
• วิธีลงทะเบียน G-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
1. ดาวน์โหลดติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สำเร็จ
2. เลือก G-Wallet เลือก “สมัครใช้บริการ”
3. กด “ยินยอม” การจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
4. ถ่ายบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
5. เลือกวิธีการยืนยันตัวตน “สแกนใบหน้า”
6. สแกนใบหน้า ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
7. เข้าสู่หน้าหลัก เริ่มการใช้งาน
(19 ต.ค. 68) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” มีประชาชนและผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก กระทรวงการคลังรายงานความคืบหน้านับตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนในส่วนผู้ประกอบการร้านค้า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. - 17 ต.ค. 68
ณ เวลา 12.00 น. พบว่า ร้านที่ค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ
1. ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 123,960 ราย แบ่งเป็น
- ร้านค้ารายเดิม72,185 ราย
- ร้านค้ารายใหม่51,775 ราย
2. ร้านค้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัคร98,064 ราย แบ่งเป็น
- รอให้ร้านค้าเข้ามากดยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ 91,917 ราย
- รอดำเนินการตรวจสอบ 6,147 ราย
โดยร้านค้าสามารถลงทะเบียนได้จนกว่ากระทรวงการคลังจะปิดรับสมัครในวันที่ 19 ธันวาคม 2568ด้วยกระแสความนิยมของประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า ที่มีต่อโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”ซึ่งได้รับความสนใจทั่วประเทศ จึงเป็นเหตุให้เหล่ามิจฉาชีพพยายามฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชนหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการ “ส่งลิงก์ปลอม” มาหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวและดูดทรัพย์ของประชาชนปัญหาดังกล่าว รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้วางแผนกำหนดมาตรการรับมือร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในเบื้องต้นขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของตำรวจไซเบอร์ ดังนี้
1. อย่ากดลิงก์จาก SMS/ข้อความแปลกปลอม เนื่องจากโครงการรัฐ จะไม่ส่งลิงก์ลงทะเบียนผ่านทาง SMS/ข้อความ
2. อย่าหลงเชื่อเพจ/บัญชีโซเชียลที่ไม่เป็นทางการ และขอให้ประชาชนตรวจสอบว่ามีเครื่องหมายยืนยัน (
Verified) และตรวจสอบดูว่าเพจมีผู้ติดตามจริงหรือไม่ สำหรับการลงทะเบียนที่ถูกต้องนั้น ทำได้เฉพาะแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” เท่านั้น
3. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว อาทิ เลขบัตรประจำตัวประชาชน วันเกิด PIN OTP ข้อมูลบัญชีธนาคาร
4. อย่าเชื่อสายโทรศัพท์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ เนื่องจากหน่วยงานรัฐและธนาคารทุกแห่ง ไม่มีนโยบายโทรขอ OTP หรือให้ประชาชนโอนเงิน
5. ตรวจสอบข้อมูลทุกครั้ง หากมีความสงสัย ให้โทรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และอย่าแชร์ข้อมูลจากข่าวลือ/เพจที่ไม่น่าเชื่อถือ หากประชาชนได้รับลิงก์ปลอม ขอให้พิจารณา ตั้งสติ และ “ไม่กดลิงก์” ส่วนกรณีประชาชนเผลอกดลิงก์ปลอมและได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ ขอให้ดำเนินการแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://www.thaipoliceonline.go.th/login หรือโทร. สายด่วนที่ 1441 เพื่อระงับบัญชีคนร้ายภายใน 72 ชั่วโมง และรีบเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน